Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดเชียงใหม่จัดพิธีรับพระบรมสารีริกธาตุ-พระอรหันตธาตุ เปิดให้สักการะ 5-8 มี.ค.67

เชียงใหม่จัดพิธีรับพระบรมสารีริกธาตุ-พระอรหันตธาตุ เปิดให้สักการะ 5-8 มี.ค.67

-

เชียงใหม่จัดพิธีรับพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินเดีย ประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ระหว่างวันที่ 5-8 มีนาคม 2567 เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา

เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2567 เครื่องบิน ซี 130 กองทัพอากาศ ขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะเดินทางถึงการท่าอากาศยานกองบิน 41 จ.เชียงใหม่ โดยมี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของเชียงใหม่นำโดย นายนิรัตน์ พงศ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมทางกงสุลอินเดียประจำจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมขบวนช่างฟ้อนแต่งกายชุดสีเหลืองจำนวน 100 คน ฟ้อนต้อนรับ

จากนั้น อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะลงจากเครื่องบิน และทำพิธีสักการบูชาโดยมีพระสงฆ์ และฝ่ายไทยและอินเดียร่วมพิธี ก่อนมีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ไปประดิษฐานยังห้องมั่นคงภายใน ณ หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยจะมีพิธีจัดขบวนแห่จากประตูช้างค้ำไปยังประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ในเวลา 17.00 น. และจะเปิดให้ประชาชนได้เข้ากราบสักการะตั้งแต่วันที่ 5-8 มีนาคม นี้

ทั้งนี้ การสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ ณ หอคำหลวง จ.เชียงใหม่ ไม่อนุญาตให้ขึ้นไปที่ห้องประดิษฐานบนหอคำหลวง แต่จะให้กราบที่จัดเตรียมภายนอกอาคารหอคำหลวง และการเวียนเทียนรอบหอคำหลวง

สำหรับประชาชน ผู้ที่มากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ แล้ว ทางจิตอาสาพระราชทานจะแจก ธรรมนาวา “วัง” พระราชทานจากรัชกาลที่ 10 จำนวน 1 แสนฉบับ

การแต่งกายเข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ งดเว้นสีดำ สุภาพบุรุษแต่งกายด้วยชุดสุภาพชนสีขาว สีครีม สุภาพสตรี แต่งกายด้วยชุดสุภาพโทนสีขาว สีครีม ใส่กางเกงหรือกระโปรงที่ไม่สั้นเหนือเข่า หรือผ้าถุง

วิธีเข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ทำได้ 2 วิธี วิธีที่ 1 สำหรับพระภิกษุสงฆ์ ศาสนิกชนที่สามารถเดินขึ้นบันไดหอคำหลวงได้ และประสงค์จะเข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ วิธีที่ 2 สำหรับพระภิกษุสงฆ์และศาสนิกชนผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือเด็กเล็กที่ไม่ประสงค์จะขึ้นกราบสักการะองค์พระบรมสารีริกธาตุบนหอคำหลวง ก็สามารถไหว้สักการะรอบๆ หอคำหลวงได้

สิ่งที่ควรนำมาด้วยในการกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ เปิดให้ขึ้นกราบสักการบูชาองค์พระบรมสารีริกธาตุบนหอคำหลวง ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. ขอให้เตรียมถุงผ้า ถุงกระดาษสำหรับใส่สัมภาระของใช้ส่วนตัว อาทิ น้ำดื่ม ยารักษาโรคประจำตัวมาด้วย เนื่องจากไม่มีบริการรับฝากสิ่งของ ไม่อนุญาตให้วางสิ่งของบริเวณรอบหอคำหลวง

สถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จะประดิษฐานที่บริเวณใจกลางบนหอคำหลวง หลังต้นพระบรมโพธิสมภาร โดยจะมีการปรับแต่งสถานที่ประดิษฐานบนหอคำหลวงอย่างเหมาะสมที่สุด

การรับบัตรคิวเข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ จะทำการเปิดรับบัตรคิวรอบเช้า เวลา 08.00 น. จำนวนไม่เกิน 3,000 คน รอบบ่าย เวลา 12.00 น. จำนวนไม่เกิน 3,000 คน ณ บริเวณเต็นท์ลงทะเบียนวงเวียนราชพฤกษ์ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่

เวลาหยุดพักการเข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ ในทุกๆ ช่วงเย็น เวลา 18.00–19.00 น. จะมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคลให้กับศาสนิกชนที่เข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ซึ่งจะหยุดพัก ไม่อนุญาตให้สักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ บนหอคำหลวง แต่สามารถไหว้สักการะรอบๆ หอคำหลวงได้ และจะปิดการเข้าสักการะในเวลา 21.00 น.

วิธีเดินทางไปอุทยานหลวงราชพฤกษ์ กราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ โดยรถส่วนตัว เส้นทางที่ 1 มาจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามถนนห้วยแก้ว (ทางหลวงหมายเลข 1004) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนคันคลองชลประทาน (ทางหลวงหมายเลข 121) ไปอำเภอหางดง ประมาณ 10 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนราชพฤกษ์ประมาณ 2 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 2 เดินทางมาจากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามถนนเชียงใหม่-หางดง (ทางหลวงหมายเลข 108) แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนราชพฤกษ์ประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงอุทยานหลวงราชพฤกษ์ โดยรถที่มีให้บริการในจังหวัดเชียงใหม่ทั้งรถสี่ล้อแดง รถสามล้อตุ๊กๆ

พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ ในวันจันทร์ที่ 4 มีนาคม 2567 เวลา 17.00 น. จังหวัดเชียงใหม่ได้จัดริ้วขบวนอัญเชิญอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา โดยจัดเป็นขบวนเครื่องสักการะล้านนา ขบวนช่างฟ้อนพื้นเมือง ขบวนธงชาติไทย ธงชาติอินเดีย ธงธรรมจักร ธงฉัพพรรณรังสี ขบวนรถบุษบก ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ ขบวนเฉลิมพระเกียรติฯ ข้าราชการ จิตอาสา ศาสนิกสัมพันธ์ และศาสนิกชน เคลื่อนขบวนจากบริเวณประตูช้างค้ำมายังหอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ ขึ้นสู่มณฑปที่ประดิษฐานบนหอคำหลวง

นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินเดียมาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ประเทศไทย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อหลอมรวมพลังศรัทธาของศาสนิกชนชาวไทยทั่วโลก ซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อพระพุทธศาสนา บริเวณอาคารนิทรรศการ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ โดยแบ่งเป็นส่วนการจัดแสดงนิทรรศการความเป็นมาของพระบรมสารีริกธาตุ การค้นพบพระบรมสารีริกธาตุ ณ เมืองปิปราห์วา รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย สังเวชนียสถาน 4 ตำบล การบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ บรมบรรพต วัดสระเกศ และข้อมูลเกี่ยวกับพระธาตุที่นำมาจัดแสดงในประเทศไทยอีกด้วย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

พลิกโชคชะตาพารวย!ก๋วยเตี๋ยวสู้ชีวิต กล้าคิด กล้าทำ “ลูกชิ้นหมูเด้งปั้นสด ปลอดสารพิษ

เปิดตำนานบทใหม่ของ “นายฐากร ซ่อนกลิ่น” อดีตผู้ใหญ่ ที่ตัดสินใจวางตำแหน่งที่ภาคภูมิใจ หันมาจับตะกร้อลวกเส้นเคียงข้างภรรยาคู่ใจ พร้อมปั้นลูกชิ้นสดเสิร์ฟลูกค้า หลังจากเผชิญมรสุมชีวิตที่รายได้ไม่พอจุนเจือครอบครัว จนต้องนำโฉนดที่ดินไปจำนองแลกเงินทุน 150,000 บาท มุ่งหน้าจากอำเภอกาบเชิง เข้าสู่ตัวเมืองสุรินทร์ เพื่อพิสูจน์ตัวเองในเส้นทางสายอาชีพพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวที่เริ่มต้นจากศูนย์ จุดเด่นที่ทำให้ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวแท้ปั้นสด บุฟเฟต์ลูกชิ้น” รสชาติติดอกติดใจลูกค้า คือลูกชิ้นปั้นสดทำเองที่เป็นซิกเนเจอร์ ซึ่งนายฐากร ต้องดั้นด้นเข้ากรุงเทพฯ ไปร่ำเรียนและลองผิดลองถูกอยู่นาน จนได้ลูกชิ้นเนื้อเด้งสูตรเด็ดที่ “ปั้นสดๆ โชว์หน้าร้าน”...