Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดโอฬารตระการตาสืบสานตำนานพันปีประเพณีไหว้พระธาตุตำบลปราสาท

โอฬารตระการตาสืบสานตำนานพันปีประเพณีไหว้พระธาตุตำบลปราสาท

-

ศรีสะเกษ -อบต.ปราสาทสืบสานตำนานพันปีประเพณีไหว้พระธาตุตำบลปราสาท ประจำปี2567 ส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างรายได้สู่ชุมชน โอฬารตระการตา

วานนี้(24 ก.พ. 2567) ที่ปราสาทบ้านปราสาท ตำบลปราสาท อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ นายตระการ ชาลี นายอำเภอห้วยทับทัน เป็นประธานเปิดงานสืบสานตำนานพันปีประเพณีไหว้พระธาตุตำบลปราสาท ประจำปี 2567 ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้สู่ชุมชน ในวันที่ 22-25 กุมภาพันธ์ 2567 โดยมีนายขยามร บุญเต็ม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปราสาท และดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ นำหัวหน้าส่วนราชการอำเภอห้วยทับทัน ข้าราชการ พนักงานและลูกจ้างองค์การบริหารส่วนตำบลปราสาท

และประชาชนจาก 8 หมู่บ้านของตำบลปราสาท ร่วมในพิธีเปิดเป็นจำนวนมาก ภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย การฟังพระธรรมเทศนาทุกคืนในเทศกาลวันมาฆบูชา กิจกรรมขบวนแห่พานไหว้พระธาตุ ขบวนแห่ข้าวจี่ ขบวนต้นเงินการทอดผ้าป่าสามัคคีข้าวเปลือก การแสดงศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น และการเวียนเทียนและจุดเทียน 1,250 เล่ม เพื่อถวายพระอรหันต์ในวันมาฆบูชา และชมการแสดงแสง สี เสียง วัฒนธรรมย้อนยุค ได้รับความเมมตาจากพระครูศรีปริยัติวงศ์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านปราสาท เป็นประธานฝายสงฆ์

นายขยามร บุญเต็ม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปราสาท กล่าวว่า พระธาตุหรือปราสาทบ้านปราสาท เป็นองค์ปราสาทสามยอด ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงสี่เหลี่ยม ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วซึ่งก่อด้วยศิลาแลง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 16 ในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 เป็นโบราณสถาน ที่มีความสำคัญในทางพระพุทธศาสนา ชาวตำบลปราสาทและพุทธศาสนิกชนทั่วไปเชื่อว่า ปราสาท 3 องค์นี้ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเมื่อปี พ.ศ.2551 กรมศิลปากรได้มาทำการขุดสำรวจบริเวณปราสาทและหลุมขุดนหลังองค์ปราสาท ในการขุดสำรวจได้พบหลักฐานทางโบราณคดีมากมาย เช่น เทวรูกำไสสำริด ลูกปะคำสีส้ม กระสุนดินปีน เม็ดพลอย โครงการกระดูกมนุษย์โบราณ ที่มีอายุราว 1,500-3,000 ปี ก่อนสมัยประวัติศาสตร์ที่มีความลึก 7 เมตร และทับหลังจำนวน 4 ชิ้น ได้แก่ทับหลังบุคลทรงโคนนทิ ทับหลังหน้ากาลคล้ายท่อนพวงมาลัย ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธิ์ และทับหลังกวนเกษียรสมุทร

โดยเฉพาะทับหลังกวนเกษียรสมุทร ที่ขุดพบที่นี่ จะเหมือนกับทับหลังกวนเกษียรสมุทรที่โคปุระ ชั้นที่ 3 ของเขาพระวิหารคือจะมีภาชนะคล้ายโอ่งน้ำอยู่บนหลังเต่า จากการศึกษาและสำรวจของกรมศิลปากร จะไม่ปรากฏพบทับหลังลักษณะนี้ในที่ใดมาก่อนไม่ว่าจะเป็นใน*เทศไทย ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว แต่ได้มาพบที่ปราสาทแห่งนี้ซึ่งกรมศิลปากรสันนิษฐานว่าผู้ที่สร้างปราสาทบ้านปราสาท กับผู้ที่สร้างปราสาทเขาวิหารเป็นช่างสกุลเดียวกัน ปัจจุบันโบราณวัตถุที่ขุดพบ ถูกนำไปเก็บไว้ที่กรมศิลปากร ที่ 11 จังหวัดอุบลราชธานี การจัดงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีในท้องถิ่น เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของโบราณสถานแห่งนี้

ตลอดทั้ง เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างประเทศได้รับทราบว่า ปราสาทบ้านปราสาทเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางอารยธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเผยแพร่ชื่อเสียงของอำเภอห้วยทับทันและจังหวัดศรีสะเกษให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันบำเพ็ญกุศล อันจะเป็นบ่อเกิดแห่งความรัก ความสามัคคีและความศรัทธาที่จะทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาต่อไป

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

สืบสานตำนาน “รำมวยโบราณสกลนคร” เชิดชูบรมครู ‘จำลอง นวลมณี’ต่อยอดมรดกไทยสู่หลักสูตรท้องถิ่น

"​สกลนคร"ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจและรอยยิ้มให้กับชาวสกลนครเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกลุ่มศิษยานุศิษย์ของ "คุณตาจำลอง นวลมณี" บรมครูแห่งศาสตร์และศิลป์มวยโบราณสกลนคร (บุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาการแสดงพื้นบ้านและนันทนาการ ประจำปี ๒๕๒๙) ผู้ริเริ่มประดิษฐ์คิดค้นท่า “รำมวยโบราณ” อันเป็นเอกลักษณ์ ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อต่อลมหายใจมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแขนงนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาและยั่งยืนอีกครั้ง ​จากจุดเริ่มต้นของการรวบรวมข้อมูลและจัดทำผังสาแหรกผู้สืบทอดวิชาในรุ่นต่างๆ ล่าสุด คณะศิษย์ที่ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง "ชมรมมวยโบราณสกลนคร" ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนและการรับรองจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร ให้เป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง พร้อมเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การแสดง “รำมวยโบราณ” ให้แก่นักเรียน...