ตลาดภูมิรถยนต์ไฟฟ้า มาถึงจุดการแข่งขันที่ดุเดือดทั้งจากค่ายจีน เกาหลี และยุโรป ที่จะมีแบรนด์ใหม่ ที่จะตามมาในอนาคตอย่างมากมาย แต่เนื่องด้วยราคาเสนอขายในท้องตลาดที่ผ่านมามีราคาค่อนข้างสูง ผู้บริโภคระดับกลาง และล่างไม่อาจเข้าถึงได้
เพื่อสนองความต้องการของตลาดระดับนี้ จึงมีค่ายรถยนต์ไฟฟ้าหลายค่าย เริ่มทยอยปล่อยรุ่นราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทเข้าสู่ตลาดในปี 2024 มากขึ้น โดยเฉพาะในงาน MOTOR SHOW ที่จะถึงในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน และMOTOR EXPO ช่วง พฤศจิกายน- ธันวาคม ในปีนี้ ที่มีผู้บริโภคต่างจดจ้องว่าจะมีรุ่นไหนออกมาบ้าง
10 อันดับรถ EV ราคาไม่เกินล้านปี 2024
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับราคาไม่ถึง 1 ล้านบาทมีโอกาสเติบโตสูง เพราะเป็นตลาดที่เป็นกำลังซื้อส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ยังมีอุปสรรคและความท้าทายที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะในเรื่องของต้นทุนการผลิต และการสนับสนุนจากภาครัฐ
ไปดูกันว่าปี 2024 นี้มีรุ่นใหนเปิดตัวกันบ้าง
- GWM Ora Cat ราคาเริ่มต้น: 763,000 บาท ระยะวิ่งสูงสุด: 400 กม.
- MG ZS EV ราคาเริ่มต้น: 949,000 บาท ระยะวิ่งสูงสุด: 440 กม.
- MG EP ราคาเริ่มต้น: 761,000 บาท ระยะวิ่งสูงสุด: 385 กม.
- MINI EVราคาเริ่มต้น: 369,000 บาท ระยะวิ่งสูงสุด: 200 กม.
- Fomm ONE ราคาเริ่มต้น: 499,000 บาท ระยะวิ่งสูงสุด: 190 กม.
- Takano TTE500 ราคาเริ่มต้น: 490,000 บาท ระยะวิ่งสูงสุด: 100 กม.
- Skywell ET5 ราคาเริ่มต้น: 799,000 บาท ระยะวิ่งสูงสุด: 550 กม.
- Seres 3 ราคาเริ่มต้น: 989,000 บาท ระยะวิ่งสูงสุด: 325 กม.
- BYD Dolphin ราคาเริ่มต้น: 809,000 บาท ระยะวิ่งสูงสุด: 405 กม.
- Chery eQ1 ราคาเริ่มต้น: 749,000 บาท ระยะวิ่งสูงสุด: 301 กม.
TESLA Model 2 พร้อมเปิดตัว
จากแนวโน้มของตลาดดังกล่าว Tesla ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าระดับชั้นนำของโลก เตรียมเปิดตัวรุ่นModel ราคาประหยัด โดยมีกำหนดเปิดตัว Model 2 ที่ประเทศจีนในปี 2024 เป็นเก๋งซีดานขนาดคอมแพ็กต์ 5 ที่นั่ง มีหน้าตาคล้ายคลึงกับ Model 3 แต่มีขนาดเล็กกว่า กระจังหน้าแบบปิดทึบ ไฟหน้า LED ดีไซน์เรียบหรู ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว กระจกมองข้างแบบปรับไฟฟ้า กระจกหลังแบบพาโนรามิก
Model 2 จะมีมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงตัวเดียว ขับเคลื่อนล้อหลัง กำลัง 250 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. วิ่งได้ไกล 400 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งรองรับการชาร์จเร็ว Supercharger โดยมีราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8 แสนกว่าบาท
แน้วโน้มรถยนต์ EV ราคาหลักแสนเติบโตสูง
ส่วนแนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ช่วง 2-3 ปีข้างหน้า มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท จะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น 20-30% ปัจจัยหลักมาจากนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ มีการส่งเสริมให้ใช้ EV มากขึ้น เช่น มาตรการลดภาษี เงินอุดหนุน สถานีชาร์จที่เพิ่มมากขึ้น
เทคโนโลยีแบตเตอรี่ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาแบตเตอรี่ถูกลง ส่งผลต่อราคา EV เป็นที่สนใจและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ในส่วนของอุปสรรคนั้น แม้ว่า EV ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทจะมีจำนวนมากขึ้น แต่ราคาโดยรวมยังถือว่าสูง เมื่อเทียบกับรถยนต์ทั่วไป ขณะที่สถานีชาร์จยังมีจำนวนไม่เพียงพอ และผู้บริโภคมีความกังวล เกี่ยวกับระยะทางวิ่ง และระยะเวลาในการชาร์จ
แต่หากแก้ไขอุปสรรคเหล่านี้ไปได้ คาดว่าภายในปี 2573 ประเทศไทยมีศักยภาพสูงที่จะเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าราคาต่ำกว่าล้านบาท และเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียนได้








