Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดอดีตสจ๊วตทิ้งปีก ผันตัวทำสวน ปลูกฝรั่งไต้หวันอินทรีย์ที่กาฬสินธุ์

อดีตสจ๊วตทิ้งปีก ผันตัวทำสวน ปลูกฝรั่งไต้หวันอินทรีย์ที่กาฬสินธุ์

-

“กาฬสินธุ์ดินดำน้ำสุ่ม ปลากุ่มบ้อนคือแข่แก่งหาง ปลานางบ้อนคือขางฟ้าลั่น จักจั่นฮ้องคือฟ้าล่วงบน แตกจ่นๆ คนปีบโฮแซว เมืองนี้มีสู่แนวแอ่นระบำรำฟ้อน” เป็นความงดงามของภาษาอีสานที่สื่อให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่พร้อมให้โอกาสแก่เกษตรกรผู้ขยันหมั่นเพียร ได้ประสบความสำเร็จในการทำการเกษตร ดั่งอดีตพนักงานต้อนรับหนุ่มใหญ่ของสายการบินไทย หลังชีวิตเจอพิษโควิด ต้องลาออกกลับมาอยู่ที่บ้านกาฬสินธุ์ หันมาศึกษาด้านการเกษตรอย่างจริงจังอยู่กว่า 1 ปี ค้นพบทางออกกับพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ “ฝรั่งไส้แดง (ไต้หวัน)” ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมี 100%

นายธีรวุฒิ ชัยพัฒน์ หรือที่เพื่อนๆ เรียกว่า “สจ๊วตเอ๋” วัย 55 ปี อดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินไทย ที่หลังจากทำงานที่รัก เดินทางมาแล้วทั่วโลก เวลานี้ทิ้งยูนิฟอร์มกลายเป็นเกษตรกรเต็มตัว กล่าวถึงที่มาที่ไปของการทำเกษตร ว่า พี่เอ๋เรียนจบมหาวิทยาลัยเมื่อปี 2532 ก็เข้าทำงานที่การบินไทยเลย อยู่กับงานต้อนรับผู้โดยสารบนเครื่องบินมากว่า 30 ปี พอมามีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เลยลาออกจากบริษัทฯ มาทำการเกษตรที่บ้านแบบเต็มตัว เริ่มจากการรับซื้อเมล็ดมะรุม มาทำน้ำมะรุมจำหน่าย

นายธีรวุฒิ กล่าวต่อว่า ที่มารู้จักฝรั่งไต้หวันก็เห็นว่าเป็นพันธุ์ไม้ที่อร่อยแล้วให้มูลค่าค่อนข้างสูง และส่วนมากคนก็ไม่ค่อยปลูกแบบอินทรีย์ ประกอบกับแถวนี้มีมูลวัวเยอะ แล้วก็ได้ความรู้จากการไปเข้าโครงการอบรมของ โคก หนอง นา ก็เจอวิทยากรที่ให้ความรู้เกี่ยวกับพวกจุลินทรีย์ต่างๆ น้ำหมักต่างๆ ก็เลยตัดสินใจไปซื้อต้นฝรั่งจากอัมพวามา จำนวน 500-600 ต้น ราคาต้นละ 85 บาท ได้ต้นพันธุ์ความสูงประมาณ 70-80 ซม. ซึ่งเจ้าของสวนที่ตนซื้อมาได้บอกว่า เมื่อก่อนราคาต้นพันธุ์ต้นละ 500-600 บาทเลยทีเดียว

“ตอนแรกตัวเองก็ไม่ได้ปลูกแบบอินทรีย์ ก็เคยใช้สารเคมีมาก่อน แต่พอใช้ไปค่าใช้จ่ายต่างๆ ค่ายาฆ่าแมลงก็ค่อนข้างสูง แล้วพันธุ์ไม้ก็ตายด้วย เพราะมีโรคต่างๆ เข้ามา แรงขึ้นเรื่อยๆ ต้องเปลี่ยนยาไปเรื่อยๆ ทำให้สูญเงินไปจำนวนหนึ่ง ก็เลยกลับมาเน้นพวกเกษตรอินทรีย์ 100% ทำน้ำหมักชีวภาพเอง ทำจุลินทรีย์สีแดงสังเคราะห์แสงเอง น้ำหมักจอมปลวก และน้ำหมักปลา ก็โชคดีมีเพื่อนทำงานอยู่โรงงานน้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ ก็สามารถสั่งปลาทะเลทีละ 30-40 กก.มาทำน้ำหมักได้ และไปหาซื้อวัตถุดิบตามร้านขายผลไม้ข้างทาง พวกสับปะรดภูแลมาหมักเพิ่มความหวาน ทีนี้ผลผลิตที่ได้มามันก็ดีเกินคาด สีสวย รสชาติหวานกรอบ ต้นไม้ก็มีความแข็งแรง อีกทั้งเรายังลงทุนเผาถ่านเอง เพื่อเอาน้ำส้มควันไม้มาใช้ฉีดพ่นป้องกันแมลง ทำให้ไร่ฝรั่งของเราเป็นธรรมชาติมาก” นายธีรวุฒิ กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

มันสมองสองมือพลิกดินทรายแห้งแล้ง สร้างสวนทุเรียน เนื้อครีมมี่ เปลือกบาง เม็ดลีบ

ใครจะไปเชื่อว่าพื้นที่ดินทรายอันแห้งแล้งในภาคอีสานจะสามารถเนรมิตให้กลายเป็นสวนทุเรียนเกรดพรีเมียมได้สำเร็จ แต่นางนงนุช ศุภคุณากร อายุ 53 ปี เกษตรกรเจ้าของ "ฟาร์มทุเรียนคุณปู่" ตั้งอยู่ที่บ้านหนองไม้ตาย ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนนครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยผลสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนดินทรายกว่า 50 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพเยี่ยมเกือบ 500 ต้น ซึ่งในฤดูกาลนี้พร้อมเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวและคอทุเรียนให้ได้มาลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ นางนงนุช เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มทุเรียนคุณปู่ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผืนดินตรงนี้เดิมทีคุณปู่เคยใช้ปลูกต้นสักมาก่อนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากต้นสักยืนต้นตายทั้งหมด...