Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด“กรมชลฯ” ดัน 3 โครงการเร่งด่วนแก้ปัญหาภัยแล้ง

“กรมชลฯ” ดัน 3 โครงการเร่งด่วนแก้ปัญหาภัยแล้ง

-

“กรมชลประทาน” ลงพื้นที่เตรียมความพร้อมแก้ปัญหาภัยแล้ง ชี้แนวทางบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำชี พร้อมเสนอแผนหลักการพัฒนาอาคารบังคับน้ำในลำน้ำชี ในเขตจังหวัดชัยภูมิ-ขอนแก่น-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด  ชู 3 โครงการเร่งด่วน “ประตูระบายน้ำบ้านท่าสวรรค์-ประตูระบายน้ำบ้านโนนเขวา-ประตูระบายน้ำบ้านท่าสองคอน” มุ่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค และภาคการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง และรับมือ น้ำท่วม บรรเทาปัญหาในพื้นที่ 7 จังหวัดลุ่มน้ำชี

เมื่อเร็วๆ นี้  นายวิทยา แก้วมี รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้นำคณะผู้บริหารและสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดมหาสารคาม เพื่อติดตามสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มน้ำชี เน้นเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้งในพื้นที่ลำน้ำชี เนื่องจากลำน้ำชีเป็นลำน้ำที่ไหลผ่านหลายจังหวัดความยาวมากกว่า 1,000 กิโลเมตร ซึ่งจังหวัดเหล่านี้ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของภาคอีสาน ได้แก่ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร จนไหลไปบรรจบแม่น้ำมูลที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งหลาย ๆ พื้นที่ถูกระบุว่าเป็นพื้นที่แล้งซ้ำซาก ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรต่ำกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจของภาคอีสาน

นอกจากภัยแล้งแล้ว พื้นที่ที่อยู่ติดลำน้ำชีซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำก็ยังประสบปัญหาอุทกภัยเป็นประจำทุกปี เป็นสภาวะที่มีทั้งน้ำหลากและน้ำท่วมขังที่ทำให้พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย บางพื้นที่ไม่สามารถทำนาปีได้ เกษตรกรก็หวังจะทำนาปรังชดเชย แต่พอถึงฤดูแล้งปริมาณน้ำชีก็น้อยจนไม่สามารถสูบขึ้นมาใช้ได้ กรมฯจึงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ลำน้ำชี

“หากย้อนไปดูการพัฒนาโครงการด้านแหล่งน้ำที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า มีแหล่งเก็บกักน้ำที่ก่อสร้างแล้ว เช่นเขื่อนอุบลรัตน์ ที่จังหวัดขอนแก่น เขื่อนลำปาว ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนลำปะทาว เขื่อนลำคันฉู ที่จังหวัดชัยภูมิ รวมกับอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถเก็บกักน้ำไว้ได้เพียงประมาณ 5,068 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 45 ของปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปีเท่านั้น จึงมีแผนที่จะพัฒนาหาที่เก็บน้ำเพิ่มเติมอีก

ปัจจุบันมีทั้งอยู่ในแผนงานก่อสร้างและที่กำลังก่อสร้าง เช่น อ่างเก็บน้ำลำเจียง อ่างเก็บน้ำลำสะพุง อ่างเก็บน้ำลำชี เป็นต้น ซึ่งหากพัฒนาได้ทั้งหมดก็สามารถมีน้ำเก็บกักเพิ่มเติมได้อีกประมาณ 150-200 ล้านลูกบาศก์เมตร กรมชลประทานจึงมีนโยบายที่จะหาแหล่งเก็บกักน้ำเพิ่มเติม โดยการใช้ลำน้ำชีเป็นแหล่งเก็บกักน้ำก็คาดว่าจะได้น้ำเก็บกักเพิ่มเติมอีกประมาณ 100-150 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงเป็นที่มาของโครงการที่กรมชลประทานกำลังดำเนินการศึกษาแผนหลักและความเหมาะสมรวมถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมอาคารบังคับน้ำในลำน้ำชี”

“แนวคิดของกรมชลประทานเมื่อพิจารณาลำน้ำชี ปัจจุบันมีอาคารที่ก่อสร้างตามลำน้ำประมาณ 10 แห่ง อาคารที่สำคัญ ได้แก่ เขื่อนชนบท เขื่อนมหาสารคาม เขื่อนวังยาง เขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร และเขื่อนธาตุน้อย ที่อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนที่น้ำชีจะไหลลงสู่แม่น้ำมูล จะเห็นว่าช่วงห่างของอาคารค่อนข้างมีระยะทางมาก จึงเกิดปัญหาช่องว่างที่มีน้ำน้อยมาก หรือไม่มีเลยในลำน้ำที่เราเรียกว่า “ช่วงฟันหลอ” ทำให้เกษตรกรไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาใช้ได้ในช่วง

ฤดูแล้ง จึงทำการศึกษาว่ามีช่วงไหนของลำน้ำที่จะต้องสร้างอาคารบังคับน้ำเพิ่มเติม เป็นผลให้มีการศึกษาแผนหลักการพัฒนาอาคารบังคับน้ำในลำน้ำชีขึ้น” นายวิทยา กล่าว

สำหรับการพัฒนาอาคารบังคับใช้น้ำในลำน้ำชี และโครงการพัฒนาอื่นๆ ที่มีโครงข่ายเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่อ่างเก็บน้ำลำน้ำชี จนถึงเขื่อนยโสธร-พนมไพร ในพื้นที่ 7 จังหวัด 32 อำเภอ 111 ตำบล ได้แก่ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ยโสธร และร้อยเอ็ด โดยกรมชลประทาน ได้ทำการศึกษาจัดทำแผนหลักในการพัฒนาอาคารบังคับน้ำในลำน้ำชีเพิ่มเติม จำนวน 9 โครงการ โดยนำมาจัดลำดับความสำคัญและคัดเลือก 3 โครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ได้แก่

  1. โครงการประตูระบายน้ำบ้านท่าสวรรค์ ความจุเก็บกัก 19.473 ล้าน ลบ.ม. ลักษณะเป็นประตูระบายน้ำความกว้าง 12.50 เมตร สูง 13 เมตร จำนวน 6 ช่อง ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลท่าศาลา อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น
  2. โครงการประตูระบายน้ำบ้านโนนเขวา ความจุเก็บกัก 7.112 ล้าน ลบ.ม. ลักษณะเป็นประตูระบายน้ำ ความกว้าง 10 เมตร สูง 9 เมตร จำนวน 6 ช่อง ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลท่านางแนว อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น
  3. โครงการประตูระบายน้ำบ้านท่าสองคอน ความจุเก็บกัก 14.050 ล้าน ลบ.ม. ลักษณะเป็นประตูระบายน้ำความกว้าง 12.50 เมตร สูง 8 เมตร จำนวน 7 ช่อง ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลท่าสองคอน อำเภอเมืองมหาสารคราม จังหวัดมหาสารคาม

อย่างไรก็ตามหลังลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลำน้ำชีแล้ว กรมชลประทานจะเร่งดำเนินการศึกษาจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ ควบคู่กับการสำรวจและออกแบบเบื้องต้น เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยรวมทั้งความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง

นอกจากนี้ กรมชลประทานเผยต่อสื่อมวลชนถึงการปฏิบัติงานผ่าน Smart Water Operation Center ซึ่งเรียกห้องนี้ว่า ห้อง SWOC ใช้สำหรับการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำชีและลำน้ำมูลที่เชื่อมโยงกันอยู่ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกเชื่อมโยงไปที่ศูนย์ใหญ่ที่กรมชลประทานสามเสน เพื่อยืนยันให้พี่น้องประชาชน ทั้งในพื้นที่ลุ่มน้ำชีและประชาชนทั่วไปให้เกิดความมั่นใจในสิ่งที่กรมชลประทาน พยายามแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มความสามารถ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...