ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สรุปภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทย เดือนมกราคม 2567 SET Index ปิดที่ 1,364.52 จุด ปรับลดลง 3.6% จากเดือนก่อนหน้า เหตุมีเงินลงทุนเคลื่อนย้ายออกจากตลาดหุ้นไทย ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดี เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2566 ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มทรัพยากร กลุ่มบริการ กลุ่มเกษตรและอาหาร และเทคโนโลยี
ขณะที่ IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ของไทยในปี 2567 ขยายตัว 4.4% จากการขยายตัวของการอุปโภคบริโภคในภาคเอกชน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการที่รัฐบาลไทยออกมาตรการกระตุ้นด้านการคลัง
แม้ว่าเงินทุนต่างชาติจะไหลออกแต่สัดส่วนมูลค่าการถือครองหุ้นต่างประเทศเทียบกับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (market capitalization) ยังคงอยู่ที่ระดับใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยย้อนหลังในอดีต นอกจากนี้ หากพิจารณาจากอัตราส่วน Price to Book (P/B ratio) ของ SET Index ยังค่อนข้างต่ำ ขณะที่อัตราตอบแทนจากเงินปันผลของ SET ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.24% ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นของ ผู้ลงทุนในตลาดหุ้นไทยปรับลดลงจากต้นปี 2566 จากปัจจัยกดดันทั้งในและต่างประเทศ
โดยในเดือนมกราคม 2567 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใน SET และ mai อยู่ที่ 47,111 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า 34.6% ผู้ลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิหลังจากที่ซื้อสุทธิในเดือนก่อนหน้า โดยในเดือนมกราคม 2567 ผู้ลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 30,870 ล้านบาท โดยผู้ลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21

และในเดือนมกราคม 2567 มีบริษัทจดทะเบียนเข้าใหม่ซื้อขายใน SET 1 หลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ. แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท (ADVICE)
Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนมกราคม 2567 อยู่ที่ระดับ 15.5 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.9 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 16.7 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 14.7 เท่า
และมีอัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนมกราคม 2567 อยู่ที่ระดับ 3.24% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 3.31%
อย่างไรก็ดีกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ของไทยในปี 2567 ขยายตัว 4.4% ซึ่งแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าที่ 3.6% เนื่องจากอุปสงค์ในต่างประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น และการขยายตัวของการอุปโภคบริโภคในภาคเอกชน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการที่รัฐบาลไทยออกมาตรการกระตุ้นด้านการคลัง ขณะที่เงินเฟ้อโลกปรับลงรวดเร็วกว่าคาด








