หน้าแรกข่าวล่าสุดสาวเมืองพิมายปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ขายสร้างรายได้นับแสนต่อเดือน

สาวเมืองพิมายปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ขายสร้างรายได้นับแสนต่อเดือน

-

แม่ค้าส้มตำชาว อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ใช้เวลาว่างปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ด้วยการค้นหาความรู้จากอินเตอร์เน็ต ลองผิดลองถูกอยู่นานจนได้ผักไฮโดรโปนิกส์ไว้รับประทานเอง ที่เหลือก็แจกจ่ายให้เพื่อนบ้าน จนกระทั่งมีคนมาขอซื้อ ตนเองก็เห็นเป็นช่องทางในการสร้างอาชีพได้ จึงปลูกจริงจังสามารถสร้างรายได้เสริมจนกลายเป็นรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน

คุณกษมณ นฤมิตพงษ์ เกษตรกรผู้ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ชาวตำบลรังกาใหญ่ อำเภอพิมาย เปิดเผยว่า เดิมทีเป็นคนชอบทานสลัดผัก แต่เนื่องด้วยในพื้นที่หาซื้อผักค่อนข้างยาก ตนเองจึงได้ทดลองปลูกโดยใช้กล่องโฟมมาทำเป็นระบบไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งหาความรู้จากอินเตอร์เน็ต ลองผิดลองถูกอยู่นานจนได้ผักไฮโดรโปนิกส์ไว้รับประทานเอง ที่เหลือก็แจกจ่ายให้เพื่อนบ้าน จนกระทั่งมีคนมาขอซื้อ ตนเองก็เห็นเป็นช่องทางในการสร้างอาชีพได้ ประกอบกับเริ่มมีความรู้และเทคนิคในการปลูกมากยิ่งขึ้น จึงได้ซื้ออุปกรณ์มาทดลองทำโรงเรือนปลูกผักขนาดย่อม โดยใช้พื้นที่ว่างด้านหน้าบ้านจำนวน 2 งาน ลงทุนสร้างโรงเรือนและซื้ออุปกรณ์ในการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ครั้งแรกเพียง 1 แสนบาท หลังจากนั้นลงทุนปลูกผักสลัด ผักคะน้าเห็ดหอม ผักขึ้นฉ่าย ผักบุ้ง เป็นเงิน 10,000-20,000 บาท ใช้ระยะเวลาปลูกเพียง 35 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตออกขายได้

ปัจจุบันผักที่ปลูกในระบบไฮโดรโปนิกส์ได้รับความนิยมอย่างมาก ในฐานะผักปลอดสารพิษ และที่สำคัญผักเหล่านี้มีคุณค่าทางอาหารสูง เนื่องด้วยผักอุดมไปด้วยวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย ซึ่งให้ไขมันต่ำด้วย มีน้ำ มีกากใยช่วยให้ระบบขับถ่ายดี ลดการเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง อุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินดี รวมถึงสารประกอบที่มีประโยชน์อื่นๆ กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผักไฮโดรโปนิกส์เป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก สำหรับการปลูกผักในระบบไฮโดรโปนิกส์ คือการตรวจถังและเติมน้ำสะอาดลงในถังใต้โต๊ะปลูก ซึ่งสิ่งสำคัญในการปลูกผักในระบบไฮโดรโปนิกส์คือการระวังอย่าให้ผักโดนแสงแดดหรือความร้อนโดยตรง เพราะผักเหล่านี้เป็นผักที่ชอบอากาศเย็น

ถ้าโดนความร้อนจะทำให้ใบผักเหี่ยวเฉาขายไม่ได้ราคา โดยผักของที่บ้านจะขายตรงให้ผู้ซื้อกิโลกรัมละ 100 บาท ซึ่งอนาคตตนเองเตรียมที่จะขยายโรงเรือนปลูกเพิ่มอีก เนื่องจากความต้องการตลาดเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว เรียกได้ว่าผักโตไม่ทันกับการเก็บขาย ทำให้มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 80,000-100,000บาท เลยทีเดียว ใครสนใจสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่เบอร์โทร 088-3503794 (คุณกษมณ)

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...