หน้าแรกข่าวล่าสุดชาวมาเลย์ข้ามแดนแห่ซื้อผลไม้มงคลไหว้วันตรุษจีนที่เบตงคึกคัก

ชาวมาเลย์ข้ามแดนแห่ซื้อผลไม้มงคลไหว้วันตรุษจีนที่เบตงคึกคัก

-

ยะลา – ชาวไทยเชื้อสายจีนใน อ.เบตง จ.ยะลา และชาวมาเลเซีย ข้ามแดนแห่ซื้อเครื่องเซ่นไหว้บรรพบุรุษล่วงหน้ารับตรุษจีนกันอย่างคึกคัก ขณะที่ราคาผลไม้ยังปรับขึ้นเล็กน้อยตามต้นทุนค่าขนส่ง

จากการสำรวจราคาผลไม้มงคล ซึ่งตรุษจีนปีนี้ตรงกับวันที่ 10 ก.พ.67 ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ราคาส้มต่างประเทศขายกล่องละ 300-400 บาท จำนวน 32 ลูก องุ่นเขียว องุ่นแดง ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ราคา กก.ละ 250-300 บาท แอปเปิลลูกใหญ่ ลูกละ 40-50 บาท สาลี่ลูกใหญ่ ลูกละ 40-60 บาท ส่วนไก่ต้มขายตัวละ 600-700 บาท

พ่อค้าแม่ค้าผลไม้ในตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ราคาที่ขายเป็นไปตามต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าค่าขนส่ง ราคาน้ำมันที่แพง วัสดุหีบห่อที่ใช้แพงขึ้น แต่ในวันจ่ายซึ่งตรงกับวันที่ 8 ก.พ.นี้ พ่อค้าแม่ค้า บอกว่าอาจจะมีการปรับขึ้นอีก จากที่เคยปรับราคาขึ้นแล้วหากต้นทุนมีการปรับราคาขึ้นอีก นอกจากนี้ผลไม้มงคลของไทยกับผลไม้นำเข้าจะมีราคาแตกต่างกันเล็กน้อยแต่ราคาผลไม้ไทยในช่วงนี้จะปรับราคาขึ้น ส่วนผลไม้นำเข้ายังไม่ปรับราคาขึ้นยังคงราคาเท่ากับปีที่แล้ว

อย่างไรก็ดี ราคาผลไม้มงคล หรือสินค้าตัวอื่นๆก็ไม่สามารถที่จะขายแพงมากกว่านี้ได้ในช่วงนี้ เพราะเศรษฐกิจยังไม่ดี ชาวเบตงส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่พึ่งกรีดยางได้หลังฝนพึ่งหยุดตก ซึ่งหากมีราคาแพงกว่าปัจจุบันจะทำให้ผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อ

ส่วนชาวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาเลือกซื้อผลไม้มงคลกลับไปพร้อมเครื่องเซ่นไหว้ ต่างบอกว่าสินค้าของไทยมีคุณภาพ มีสีสัน ผลไม้มีรสชาติอร่อยกว่าของบ้านเขา ทุกปีจึงได้เดินทางเข้ามาเลือกซื้อก่อนวันตรุษจีน

โดย..เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...