Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด“แห่ผีตาโขน” ประเพณีท้องถิ่นไทย สร้างชื่ออ.ด่านซ้ายดังไกลไปทั่วโลก

“แห่ผีตาโขน” ประเพณีท้องถิ่นไทย สร้างชื่ออ.ด่านซ้ายดังไกลไปทั่วโลก

-

ประเพณีการแห่ผี หลายๆคนอาจนึกว่าน่ากลัว ชวนขนลุก เมื่อนึกถึงสิ่งลี้ลับ ดวงวิญญาณ และความเชื่อผีสางเทวดาของแต่ละท้องถิ่น เพราะคนไทยกับความเชื่อเรื่องลี้ลับ นับว่าเป็นการสืบทอดกันมายาวนาน ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษมาเล่าต่อๆกันมา จนกลายเป็นความเชื่อที่สืบสานกันเป็นประเพณีจากรุ่นสู่รุ่น

ถ้านึกถึง “แห่ผีตาโขน” อีกประเพณีหนึ่ง ที่อ.ด่านซ้าย จ.เลย เชื่อว่าไม่เพียงแค่คนไทย วันนี้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเอง อยากมาสัมผัสดูประเพณีที่งดงามแบบไทยๆของเมืองเลย ทุกๆครั้งที่มีการจัดงานเกี่ยวกับโชว์วัฒนธรรมของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยของภาคอีสาน  หรืองานต้อนรับแขกพิเศษมาเยือนเมืองไทย หนึ่งของดีภาคอีสาน จะมีการจัดโชว์ “แห่ผีตาโขน” จนขึ้นชื่อ ดังไกลไปต่างประเทศ

ตามประวัติศาสตร์เล่าสู่กันฟัง “ประเพณีผีตาโขน” ถือว่าเป็นงานบุญใหญ่ ที่เรียกกันว่า “งานบุญหลวง” หรือภาษาท้องถิ่น “ บุญผะเหวด” ซึ่งตรงกับเดือน7 ของทุกๆปี ช่วงนี้จะมีงานบุญใหญ่ของอำเภอด่านซ้าย ที่ขึ้นชื่อแห่ผีตาโขน จนกลายเป็นประเพณีจัดขึ้นทุกๆปี ซึ่งจะมาเกี่ยวโยงกับงานบุญ พระเวสหรือเทศน์มหาชาติ ประจำปีของพระธาตุศรีสองรัก ปูชนีย์สถานสำคัญของชาวด่านซ้าย

ความดงามของขบวนแห่ผีตาโชนนั้น จะมีประชาชนในท้องถิ่น แต่งกายเสื้อผ้าสีฉูดฉาด ลักษณะคล้ายผี มีการนำผ้าขาดๆมาตัดเย็บ ลวดลายหลากสีสัน สวมหน้ากากที่มีความเป็นเอกเอกลักษณ์ที่งดงามแตกต่างกันไป แต่หน้ากากจะมีการวาดลวดลายแต่งเติมสีสัน คล้ายๆตัวในวรรณคดี เพราะว่ามีการเชื่อมโยงกันว่า ผีตาโขนเกิดขึ้นสมัยพระเวสสันดร และนางมัทรี ได้เดินทางออกจากป่า กลับสู่เมือง เหล่าบรรดา ผีป่า และสัตว์นานาชนิด เกิดอาลัยรัก จึงได้รวมตัวพากันแห่แหนมากับชาวบ้าน  เพื่อมาส่งทั้งสองพระองค์กลับเมือง “ผีตามคน” หรือ “ผีตาขน” จนเรียกต่อๆกันมากลายเป็น “ผีตาโขน”  จวบจนถึงปัจจุบัน

ชนิดของผีตาโขนในขบวนแห่มีอยู่2ชนิด คือ ผีตาโขนใหญ่ จะสร้างเป็นรูปหุ่นขนาดใหญ่จากไม้ไผ่สาน และมีการตกแต่งรูปร่างที่ใหญ่กว่าคนธรรมดา ส่วนผีตาโขนเล็ก จะเป็นการละเล่นของเด็ก ซึ่งเป็นที่นิยมของเด็กวัยรุ่น กลุ่มเด็กชายกันเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากการเล่นค่อนข้างผาดโผน ไม่เหมาะกับผู้หญิงมาเล่นกัน การแต่งกายคล้ายผีไม่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับสีสันแต่ละคนจะออกแบบมา  เพื่อให้ดูสะดุดตา สร้างสีสันสดใส บางครั้งคล้ายๆกับ “แต่งแฟนซี” เมื่อมีการละเล่นกันเป็นกลุ่มจำนวนมาก จะมีความสนุกสนาน บางคนเต้นไปตามจังหวะเสียงดนตรีพื้นบ้านของคนเมืองเลย

อย่างกลิ่นอายในงานดอกฝ้ายบานทุกๆปี ที่ทางจังหวัดเลยจัดขึ้นมา จะมีไฮไลท์หนึ่งที่สร้างจุดสนใจให้แขกบ้าน แขกเมือง คือริ้วขบวนแห่ผีตาโขน ปีนี้จะเป็นธีม หน้ากากสามสี สามพลังละมุน ณ เลย จะมีผีบุ้นเต้า สวมหน้ากากหัวกลมๆ วาดลวดลายบนหัว เดินทางมาจากภูเรือ ส่วนผีขนน้ำ มาจากอ.เชียงคาน ลักษณะหน้ากากคล้ายผี  แต่งกายเน้นโทนสีทึบ ดำและผีตาโขน จากอ.ด่านซ้าย ซึ่งขบวนแห่จะมีการร้องรำ เต้นกันอย่างสนุกสนาน

เพราะตามคำเชื่อของคนโบราณ ประเพณีผีตาโขน มีการเล่นเพื่อบวงสรวงบูชาดวงวิญญาณบรรพชนที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งจะกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองบ้านเมือง ดลบันดาลให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ หรือความหายนะก็ได้ ดังนั้น ประเพณีนี้ ชาวบ้านยึดถือสืบทอดกันมายาวนานจนถึงปัจจุบัน

อย่าลืมมาเที่ยวเมืองเลย แวะชมงานดอกฝ้ายบานที่จัดขึ้นยิ่งใหญ่ทุกๆผี ด้านหน้าศาลากลาง ยังมีผีตาโชนโชว์ให้ได้ดูกัน แต่ถ้าจะมาสัมผัสงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ ต้องไปงานประเพณีอ.ด่านซ้าย ที่นี่เขาจัดเทศกาลผีตาโขน ผีแบบไทยๆดังไกลไปทั่วโลกขึ้นทุกๆปี

 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

สืบสานตำนาน “รำมวยโบราณสกลนคร” เชิดชูบรมครู ‘จำลอง นวลมณี’ต่อยอดมรดกไทยสู่หลักสูตรท้องถิ่น

"​สกลนคร"ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจและรอยยิ้มให้กับชาวสกลนครเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกลุ่มศิษยานุศิษย์ของ "คุณตาจำลอง นวลมณี" บรมครูแห่งศาสตร์และศิลป์มวยโบราณสกลนคร (บุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาการแสดงพื้นบ้านและนันทนาการ ประจำปี ๒๕๒๙) ผู้ริเริ่มประดิษฐ์คิดค้นท่า “รำมวยโบราณ” อันเป็นเอกลักษณ์ ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อต่อลมหายใจมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแขนงนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาและยั่งยืนอีกครั้ง ​จากจุดเริ่มต้นของการรวบรวมข้อมูลและจัดทำผังสาแหรกผู้สืบทอดวิชาในรุ่นต่างๆ ล่าสุด คณะศิษย์ที่ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง "ชมรมมวยโบราณสกลนคร" ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนและการรับรองจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร ให้เป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง พร้อมเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การแสดง “รำมวยโบราณ” ให้แก่นักเรียน...