Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด'จักจั่น'อาหารพื้นบ้าน หาทานยาก 2 ปีถึงได้กินพุงกาง จับขายตัวละ 5-6 บาท

‘จักจั่น’อาหารพื้นบ้าน หาทานยาก 2 ปีถึงได้กินพุงกาง จับขายตัวละ 5-6 บาท

-

ชาวบ้านในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ต่างนำไฟฉายส่องสว่าง ถุงพลาสติก ขวดน้ำเปล่า แห่ออกมาจับ “จักจั่น”ที่เกาะตามเสาไฟฟ้าและพุ่มไม้ที่มีแสงไฟในยามค่ำคืน ซึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมในช่วงราคายางตกต่ำและสินค้าแพง ซึ่ง 2 ปีหรือ 3 ปี จะมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่ “จักจั่น” ออกมาจากป่าให้ชาวบ้านได้จับ

โดยปัจจุบัน “จักจั่น” จะมีน้อยกว่าในอดีต หากย้อนหลังไป 5–6 ปีที่ยังคงมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์และชาวบ้านยังมีการปลูกยางพาราเป็นจำนวนมาก แต่ในปัจจุบันชาวบ้านในอ.เบตงกลับโค่นต้นยางหันมาปลูกผลไม้ต่างๆที่มีราคา ทำให้ “จักจั่น”มีน้อยมากกว่า 5 – 6 ปีที่ผ่านมา

ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า ก่อนที่ฤดูร้อนจะมามาถึง จะเป็นช่วงที่จะพบ “จักจั่น”มากที่สุด โดย”จักจั่น”จะคลานต้วมเตี้ยม ขึ้นมาเหนือพื้นดินและไต่ขึ้นไปเกาะอยู่ตามกิ่งต้นไม้ต่างๆ ก่อนลอกคราบกลายเป็น “จักจั่น”อย่างสมบูรณ์โดยจะเกาะอยู่ตามต้นไม้ และกินน้ำเลี้ยงของต้นไม้เป็นอาหาร ช่วงที่โตเต็มวัยจะมีระยะเวลาประมาณ 4 เดือน ซึ่งจะได้ยินเสียงร้องของจักจั่นดังระงมไปทั่วริมถนนเข้าเมืองเบตง

ชาวบ้านจะใช้แสงไฟนีออนสีม่วงมาล่อจักจั่นให้มาเล่นไฟ และเลือกจับเฉพาะจั๊กจั่นที่มีตัวสีดำ ท้องสีส้ม ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีเนื้อมีความมัน กว่าจั๊กจั่นสายพันธุ์อื่นๆ โดยทำการจับตัวที่บินตกมาตามจุดต่างๆ จับด้วยมือเปล่า และขายจักจั่นตัวเป็นๆ ตัวละ 4-5 บาท และชาวบ้านจะนำไปโพสต์ขายในเฟซบุ๊ก หรือส่งขายตามร้านอาหารต่างๆ ทั้งในพื้นที่ เพราะของชอบนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย และคนต่างพื้นที่ โดยนักท่องเที่ยวที่เดินเที่ยวเมื่อพบก็จะขอซื้อจักจั่น ทันทีโดยจะเหมาในราคาตัวละ 5-6 บาท ส่วนตัวจักจั่น ที่ผ่านการทอดกรอบมาแล้วก็จะคิดตัวละ 5 บาท ซึ่งในแต่ละคืนสามารถจับ”จักจั่น”สร้างรายได้ประมาณ 2,000 -2,500 บาทต่อคืนเลยทีเดียว ซึ่งหากเป็นคืนที่มีอากาศเย็นพอดี จักจั่นจะออกมาเป็นจำนวนมากในช่วงหัวค่ำ

สำหรับ “จักจั่น” สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด เช่น ทอด คั่ว หมก ยำ แกง และนำมาทำเมี่ยง กินกับข้าว และกับแกล้ม และยังจัดเป็นอาหารยา นอกจากตัวจักจั่นแล้ว คราบนอกของ จักจั่น ยังมีประโยชน์อย่างมากสำหรับการรักษาโรค เมื่อจักจั่นโตเต็มวัย มันจะลอกคราบชั้นนอก คราบจักจั่น หรือ หนังจักจั่น ส่วนผสมหลักในคราบจักจั่นคือ โปรตีน และไคติน ซึ่งเป็นยาแผนโบราณของจีนซึ่งใช้สำหรับ แก้หวัด ขับปัสสาวะ ฯลฯ ได้ผลดีมากและเป็นยาชั้นดีอีกด้วย

ส่วนขั้นตอนการนำไปปรุงอาหาร ก่อนอื่นต้องเด็ดปีกออกแล้วนำไปล้างน้ำสะอาด ประมาณ 2 -3 รอบ แล้วนำไปทำเมนู”จักจั่น”ได้ตามความชอบ แต่ที่เมนูชาวบ้านในพื้นที่อำเภอเบตงชื่นชอบมากที่สุด คือ “จักจั่น” ทอดกรอบหยอดซอสแม็กกี้ โรยพริกไทยและใบมะกรูด ถือเป็นเมนูเด็ดหาทานยาก เนื่องจากจะมีในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ที่เดียวเท่านั้น

โดย..เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

พลิกโชคชะตาพารวย!ก๋วยเตี๋ยวสู้ชีวิต กล้าคิด กล้าทำ “ลูกชิ้นหมูเด้งปั้นสด ปลอดสารพิษ

เปิดตำนานบทใหม่ของ “นายฐากร ซ่อนกลิ่น” อดีตผู้ใหญ่ ที่ตัดสินใจวางตำแหน่งที่ภาคภูมิใจ หันมาจับตะกร้อลวกเส้นเคียงข้างภรรยาคู่ใจ พร้อมปั้นลูกชิ้นสดเสิร์ฟลูกค้า หลังจากเผชิญมรสุมชีวิตที่รายได้ไม่พอจุนเจือครอบครัว จนต้องนำโฉนดที่ดินไปจำนองแลกเงินทุน 150,000 บาท มุ่งหน้าจากอำเภอกาบเชิง เข้าสู่ตัวเมืองสุรินทร์ เพื่อพิสูจน์ตัวเองในเส้นทางสายอาชีพพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวที่เริ่มต้นจากศูนย์ จุดเด่นที่ทำให้ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวแท้ปั้นสด บุฟเฟต์ลูกชิ้น” รสชาติติดอกติดใจลูกค้า คือลูกชิ้นปั้นสดทำเองที่เป็นซิกเนเจอร์ ซึ่งนายฐากร ต้องดั้นด้นเข้ากรุงเทพฯ ไปร่ำเรียนและลองผิดลองถูกอยู่นาน จนได้ลูกชิ้นเนื้อเด้งสูตรเด็ดที่ “ปั้นสดๆ โชว์หน้าร้าน”...