หน้าแรกข่าวล่าสุดคลื่นศิษยานุศิษย์แห่ร่วมบวงสรวงหลวงพ่อคูณ องค์ใหญ่ที่สุดในโลก

คลื่นศิษยานุศิษย์แห่ร่วมบวงสรวงหลวงพ่อคูณ องค์ใหญ่ที่สุดในโลก

-

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จุดลอยอังคาร พระธาตุกลางน้ำ ริมแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคายประธานในพิธีฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย นายสนอง หวังหยิบกลาง ประธานกรรมการบริหารโครงการฯหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่ นายอุรุยศ เอียสกุล นายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย พร้อมด้วยนักปั่น กว่า 100 ชีวิต ร่วมพิธีทักษิณานุปทาน อุทิศถวายแด่พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 11 อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่

เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีชาตกาล และพิธีเปิดงาน ปล่อยขบวนนักปั่นจิตอาสา โครงการ ปั่นปันบุญ เส้นทาง 14 จังหวัดภูมิภาคอีสาน ระยะทาง 1,437 กิโลเมตร ในระหว่างที่ทำพิธีกรรมบวงสรวง ได้มีการจุดธูป เพื่อขอโชคลาภ เทพเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเลขที่ออกนั้น คือ 834 ทำให้ชาวบ้านงงถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกบางท่านได้นำไปเสี่ยงโชคกับแผงลอตเตอรี่ที่อยู่ภายในงาน

นายสนอง หวังหยิบกลาง ประธานกรรมการบริหารโครงการฯหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่ เปิดเผยว่า กิจกรรมในวันนี้ได้ร่วมพิธีทักษิณานุปทาน อุทิศถวายแด่พระเทพฯวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณปริสุทโธ เนื่องในโอกาสครบ 100 ปีชาตกาล พร้อมทั้งปล่อยขบวนนักปั่นปันบุญ 14 จังหวัดภูมิภาคอีสานในระยะทาง 1,437 กิโลเมตร ในระหว่างวันที่ 30 มกราคม ถึง 18 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อเป็นการเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันทำบุญสร้างหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่ที่สุดในโลก มีหน้าตักกว้าง 16 เมตรสูง 24.9 เมตร หล่อด้วยเนื้อโลหะทองเหลือง น้ำหนัก 150 ตันงบประมาณในการจัดสร้าง 210 ล้านบาท

โดยจะใช้เส้นทาง ผ่านจังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬจังหวัดนครพนม จังหวัดสกลนคร จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร จังหวัดอุบลราชธานีจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดนครราชสีมา ก่อนเข้าพื้นที่วัดบ้านไร่ สำหรับผู้ที่ต้องการร่วมสมทบทุน ผ่านธนาคารออมสิน สาขาด่านขุนทด เลขที่บัญชี 020 -304415- 696 ชื่อบัญชี วัดบ้านไร่ (เพื่อโครงการ วัดบ้านไร่ สร้างหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธใหญ่ )

โดย…ณัฐพงศ์ อรชร

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...