Google search engine
หน้าแรกเกษตรรอบบ้านเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน “นวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ยั่งยืน”กาฬสินธุ์

เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน “นวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ยั่งยืน”กาฬสินธุ์

-

“กาฬสินธุ์” เป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน มีหลักฐานทางโบราณคดีเป็นแหล่งซากไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์อื่นๆ มากมาย รวมทั้งยังมีความเจริญทางอารยธรรมเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนย้อนไปนับพันปี

ยิ่งกว่านั้น “กาฬสินธุ์” ยังเป็นแหล่งทำกินของเกษตรกรมาช้านาน สินค้าเกษตรส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นผลิตผล และผลิตภัณฑ์จากเกษตรอินทรีย์ เน้นกระบวนการลดการใช้สารเคมี ทำให้ส่งผลดีทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยเกษตรกรในจังหวัดนี้ให้ความสำคัญต่อความยั่งยืนเป็นอย่างมาก“เสือพีเพราะป่าปก ป่ารกเพราะเสือยัง ดินเย็นเพราะหญ้าบัง หญ้ายังเพราะดินดี”

นายวินิจ ถิตย์ผาด ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน นวัตกรรม เกษตรอินทรีย์ยั่งยืน เริ่มต้นบทสนทนาด้วยถ้อยคำคุ้นชินของเหล่านักอนุรักษ์ที่มุ่งเน้นการใช้ชีวิตแบบพึ่งพาอาศัยและพึ่งพิงธรรมชาติ ทั้งยังเล่าต่อว่า“บริบทของเกษตรอินทรีย์ธรรมชาติ ธรรมชาติต้องดูแลธรรมชาติ การดูแลผลผลิตของเกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยเคมีลงไป สุขภาพของคนก็ดี สิ่งแวดล้อมก็ดี ผลผลิตก็ดี ทุกอย่างก็ดีไปหมด แม้แต่รสชาติของพืชผัก ก็แตกต่างกันนะครับ ความขมจะไม่มี มีแต่ความหวานแบบธรรมชาติ แล้วก็กรอบ ถ้าแช่ตู้เย็นไว้ 15 วัน ก็ยังไม่เน่าเปื่อย”

นอกจากจะไม่ใช้สารเคมีแล้ว การใช้พลังงานเพื่อการผลิตของเกษตรกรที่นี่ก็อยู่บนพื้นฐานของแนวคิดเพื่อความยั่งยืนด้วยเช่นกัน โดยมีการประยุกต์ใช้แหล่งพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งเสริมการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

“ถ้าผลผลิตออกมาเยอะๆ เราก็ขายไม่ทัน ก็เอามาแปรรูป กระบวนการแปรรูปตรงนี้ เราก็มีตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ ถ้าเราไม่มีตู้อบ เราตากแสงธรรมชาติ ถ้าฝนตกลงมา ก็ไปแล้วครับ จบเลย แต่แบบนี้ ถ้ามีฝนตกก็ไม่เสียหาย เพราะอยู่ในตู้” ประธานเครือข่ายฯ ปิดท้ายอย่างอารมณ์ดี

ขณะที่ นางดวงเดือน จักรปล้อง พลังงานจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวถึงผลของการส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานให้แก่เกษตรกรว่า ชุมชนในโครงการทั้งหมดสามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้มากกว่าปีละ 17,000 บาท ลดการใช้ฟืน การใช้ถ่าน และก๊าซหุงต้มลงได้ คิดเป็นมูลค่ารวม 21,400 บาท

เห็นตัวเลขแล้วก็น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ชุมชนอื่นๆ ลองนำไปประยุกต์ใช้งานให้เหมาะสมกับพื้นที่ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและดูแลโลกไปพร้อมกัน และหากองค์ความรู้ด้านพลังงานถูกนำไปประยุกต์ใช้กันอย่างแพร่หลายจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย โดยผู้สนใจสามารถติดต่อขอเข้าเยี่ยมชม เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนฯ แห่งนี้ได้ที่ สวนจารุวรรณ วิสาหกิจชุมชน นวัตกรรม เกษตรอินทรีย์ยั่งยืน โทร. 084-3216553

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

มันสมองสองมือพลิกดินทรายแห้งแล้ง สร้างสวนทุเรียน เนื้อครีมมี่ เปลือกบาง เม็ดลีบ

ใครจะไปเชื่อว่าพื้นที่ดินทรายอันแห้งแล้งในภาคอีสานจะสามารถเนรมิตให้กลายเป็นสวนทุเรียนเกรดพรีเมียมได้สำเร็จ แต่นางนงนุช ศุภคุณากร อายุ 53 ปี เกษตรกรเจ้าของ "ฟาร์มทุเรียนคุณปู่" ตั้งอยู่ที่บ้านหนองไม้ตาย ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนนครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยผลสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนดินทรายกว่า 50 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพเยี่ยมเกือบ 500 ต้น ซึ่งในฤดูกาลนี้พร้อมเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวและคอทุเรียนให้ได้มาลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ นางนงนุช เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มทุเรียนคุณปู่ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผืนดินตรงนี้เดิมทีคุณปู่เคยใช้ปลูกต้นสักมาก่อนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากต้นสักยืนต้นตายทั้งหมด...