Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดปลูกมันแกว เนื้อแน่น ขาวสวย ลูกโต 1 ไร่ ทำรายได้หลักแสน

ปลูกมันแกว เนื้อแน่น ขาวสวย ลูกโต 1 ไร่ ทำรายได้หลักแสน

-

ไปดูความสำเร็จของเกษตรกรที่บ้านสุขสำราญ ตำบลห้วยแก้ง อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ปลูกมันแกวในนาข้าวหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวเสร็จ ขณะนี้ผลผลิตกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดและลูกค้า เนื่องจากมันแกวที่นี่มีหัวใหญ่รสชาติหวานกรอบ ขณะที่จะมีพ่อค้าเข้ามารับซื้อถึงในสวนในราคากิโลกรัมละ 12 บาท และขายปลีกราคากิโลกรัมละ 20 บาท ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะมีรายได้จากการขายมันแกวไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท

นางคะนอง เทพวงษา อายุ 52 ปี เกษตรกรที่ปลูกมันแกว กล่าวว่า หมู่บ้านของตนเป็นหมู่บ้านเดียวในจังหวัดยโสธรที่มีการปลูกมันแกวส่งขาย และตนก็เป็นคนนำมันแกวมาปลูกในพื้นที่เป็นคนแรก เนื่องจากสามีของตนเป็นคนจังหวัดมหาสารคาม จึงได้ซื้อเมล็ดพันธุ์มาจากเกษตรกรที่เขาปลูกมันแกวในอำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม นำมาทดลองปลูก และทดลองปลูกมานานกว่า 10 ปี แล้วผลปรากฏว่าได้ผลผลิตเกินคาด มันแกวจะมีหัวใหญ่สีขาวนวล และมีรสชาติหวานและกรอบ

 

เกษตรกรที่ปลูกมันแกว กล่าวต่อว่า ส่วนตัวจึงได้หันมาปลูกมันแกวส่งขายเป็นรายได้เข้าครอบครัวเรื่อยมาเป็นประจำทุกปี โดยจะใช้เวลาหลังการเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จของทุกปีในการปลูกมันแกว และจะซื้อเมล็ดพันธุ์ในราคากิโลกรัมละ 500 บาท ในปีนี้ตนปลูกในพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ ใช้เมล็ดพันธุ์ไปจำนวน 21 กิโลกรัม ใช้ระยะเวลาในการปลูกและดูแลรักษาประมาณ 3 เดือน ก็จะให้ผลผลิตพร้อมออกสู่ตลาดทันที ที่สำคัญมันแกวเป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย ดูแลรักษาง่าย ไม่ค่อยจะมีศัตรูพืชรบกวน ขณะนี้ผลผลิตมันแกวกำลังออกสู่ตลาด และกำลังเป็นที่ต้องการของลูกค้า ตัวเองกับสามีจึงต้องเร่งเก็บหัวมันแกวส่งขายให้กับลูกค้าเป็นประจำทุกวัน

นางคะนอง กล่าวด้วยว่า สำหรับราคามันแกวจำหน่ายหน้าสวนอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 12 บาท และขายปลีกกิโลกรัมละ 20 บาท ในแต่ละวันก็จะมีพ่อค้าแม่ค้าเข้าไปรับซื้อมันแกวถึงในสวน และตนจะต้องเก็บผลผลิตมันแกวส่งจำหน่ายวันละประมาณ 100-200 กิโลกรัม สูงสุดบางวันมีลูกค้าสั่งซื้อถึงวันละ 1 ตัน สำหรับผลผลิตต่อไร่ของมันแกวไม่ต่ำกว่าไร่ละ 6-7 ตัน ซึ่งปีที่แล้วตนมีรายได้จากการขายมันแกวประมาณ 1 แสนบาท และปีนี้ก็คาดว่าน่าจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาทเช่นกัน ถือว่าเป็นรายได้ที่ดีกว่าหลายเท่าเมื่อเปรียบเทียบกับการทำนา.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...