เมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีโอกาสครั้งแรกที่ได้เดินทางไปหลวงพระบาง หนึ่งในเมืองหลักแขวงหลวงพระบาง ประเทศลาว มีผู้ใหญ่ใจดีนำทีม “บอสแม็ค-เพ็ญภักดิ์ ลีกระจ่าง” บิ๊กบอสค่ายทรัพย์ยั่งยืน เพื่อไปร่วมทัวร์ธรรมะ ไหว้พระ นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้าน คู่เมืองหลายแห่ง งานนี้อิ่มอก อิ่มใจ อิ่มท้องกันทั่วหน้า
สิ่งหนึ่งที่อิ่มทางใจมากคือ ได้โอกาสมาสัมผัสบ้านพี่ เมืองน้อง ได้เห็นความเจริญรุ่งเรือง ความเจริญด้านอารยธรรม ศาสนา และความเป็นอยู่ของคนเมืองหลวงพระบางยุคใหม่ ถือว่าเป็นเมืองมรดกโลก พื้นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก เพราะว่าลักษณะสำคัญทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และวิทยาศาสตร์หรือด้านอื่นๆ ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่สำคัญต่อประโยชน์โดยรวมของมนุตยชาติ

แม้สังคมเมืองหลวงพระบางจะไม่ใหญ่โต ความเจริญทางเทคโนโลยี ระบบสาธารณูปโภคเหมือนประเทศต่างๆในแถบเอเชีย แต่เสน่ห์หลวงพระบางเปี่ยมไปด้วย เมืองประวัติศาสตร์ ที่มี มนต์ขลังมากมาย ที่ซ่อนอยู่ในสังคมเมืองแห่งนี้ จนกลายเป็นอีกประเทศหนึ่งในแถบอาเซียนที่นักท่องเที่ยวอยากจะมาเยือน
เรื่องแรกที่เห็น ความเจริญทางระบบสาธารณูปโภค ได้นั่งรถไฟฟ้าความเร็วสูงครั้งแรก ขึ้นมาจากสถานีเวียงจันทร์ เพื่อใช้เส้นทางรถไฟมุ่งไปหลวงพระบางใช้เวลาแค่ 1.50 ชั่วโมง มีความทันสมัยรวดเร็ว เหมือนนั่งรถไฟที่ญี่ปุ่น ชนิดที่ว่านั่งมองวิวทิศทัศน์ข้างทางแถบไม่ทัน โชคดีที่นั่งขบวนช่วงเย็นๆได้ชมพระอาทิตย์ตกริมทาง เคียงข้างขุนเขาที่สลับซับซ้อนสวยงาม ดั่งนวนิยาย บริเวณริมทางได้เห็นวิถีชีวิตคนชนบท เลี้ยงวัว เลี้ยงควายปลูกผักอย่างสบายตาของสังคมชนบทแห่งนี้ สมกับเป็นเมือง SLOW LIFC (การใช้ชีวิตของนักท่องเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติ ดั้งเดิมของพื้นที่) ซึ่งถือว่าเป็นเทรนด์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่กำลังฮิตมาก

รถไฟฟ้าความเร็วสูง ที่ประเทศลาว ทำการผลิตที่จีน มีความเร็ว 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแค่นั่งความเร็ว 180 มองวิวผ่านหน้าต่างเริ่มหัวหมุนแล้ว ราคาไม่แพงมาก แต่สะดวก รวดเร็ว ภายในขบวนสะอาด พนักงานบริการดี พูดจาไพเราะ ทักทายสบายดี ดูเรียบร้อย จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวจีนและเกาหลี เดินทางไปหลวงพระบางกันมากมายช่วงนี้
เรื่องที่สอง ได้ไปเยี่ยมชมความเก่าแก่ วัดวาอารามที่หลวงพระบาง ลักษณะเหมือนๆวัดเมืองไทย แต่ความสวยงามทางสถาปัตยกรรมมีความโดดเด่น น่าศึกษา เป็นที่สักการะและเคารพนับถือของคนเมืองลาว อย่างวัดเชียงทอง เป็นวัดเก่าแก่ ได้เห็นศิลปะล้านช้างอันงดงาม ทั้งงานแกะสลัก งานศิลปะฝาผนัง งานก่อสร้างอาคารรูปทรงต่างๆ จนได้รับขนานนามว่า “อัญมณีของศิลปะล้านช้าง” ที่มีความสำคัญมาตั้งแต่อดีต เนื่องจากเป็นวัดประจำราชวงศ์ล้านช้าง ราชวงศ์หลวงพระบาง และราชวงส์ลาว

วัดพระธาตุภูสี ตั้งอยู่บนยอดเขา มองทิวทัศน์ลงมาเห็นเมืองหลวงพระบาง เคียงข้างแม่น้ำโขงได้ชัดเจน อีกด้านหนึ่งเป็นแม่น้ำคาน พระธาตุมีลักษณะคล้ายดอกบัวที่มีเหลี่ยมสีทอง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมยอดประดับด้วยเศวตฉัตรทองสำริด 7 ชั้น ถือว่าเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ ที่นักท่องเที่ยวไปกราบไหว้ เพื่อเป็นสิริมงคล และยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่ง
วัดวิชุนราช วัดเก่าแก่อีกแห่งสร้างในสมัยพระเจ้าวิชุนราช แห่งราชอาณาจักรล้านช้าง ยังมี “พระบาง” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองหลวงพระบาง อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ในบริเวณเดียวกันคือ พระธาตุหมากโมหรือ พระธาตุแตงโม เนื่องจากมีการก่อสร้างคล้ายๆแตงโม ผ่าครึ่งคว่ำ โดดเด่นเป็นสง่าน่าสนใจ รวมทั้ง วัดพระธาตุหลวง อดีตเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งวัดนี้ค่อนข้างเงียบสงบ มีนักท่องเที่ยวน้อย และกำลังอยู่ในช่วงบูรณะอุโบสถ

ถ้าสังเกตุดู วัดแต่ละแห่งเมืองหลวงพระบาง จะประกอบพิธีทางศาสนาพุทธ คล้ายกับเมืองไทย ประชาชนแต่งกายมาทำบุญที่วัด สวมผ้าพื้นเมือง มีสไบข้าง นำดอกไม้ อาหาร ข้าวเหนียวมาถวายแก่พระภิกษุ ส่วนอาคาร กุฎิต่างๆดูค่อนข้างเก่าแก่ สร้างด้วยไม้และปูนแบบโบราณ ช่วงเช้าๆพระภิกษุจะออกมาบินฑบาตรข้าวเหนียวกัน
เรื่องที่สาม อาหารการกินและสินค้าหัตถกรรม โดยภาพรวมจะมีวัฒนธรรมเหมือนกับไทย ดูจากตลาดมืด (แหล่งขายของที่ระลึกนักท่องเที่ยว) มีก๊วยเตี๋ยว ข้าวเหนียวไก่ ไส้กรอก เนื้อย่าง ปลาย่าง ลาบ หาทานได้ตามร้านค้าริมทางทั่วไป ราคาไม่แพงคิดเป็นเงินไทย 40-50 บาทต่อจาน แต่ที่ถูกมากเบียร์ลาวหรือเบย์ลาว เป็นที่นิยมดื่มของนักท่องที่ยว เนื่องจากเป็นเบียร์ท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อ และราคาถูกมาก วัฒนธรรมการแต่งกาย ยังเป็นแฟชั่นพื้นเมืองกันเป็นส่วนใหญ่

สิ่งที่มีเสน่ห์อย่างมาก การต้อนรับนักท่องเที่ยว ค่อนข้างอบอุ่น นุ่มนวล เลือกซื้อสินค้าราคากันเอง ต่อรองกันได้ ยิ่งถ้าพูดภาษาไทยได้ จะง่ายขึ้น เพราะภาษาพื้นเมืองจะคล้ายๆกับแถบอีสานบ้านเรา บางคนพ่อค้า แม่ค้าเคยมาทำงานที่เมืองไทยมาก่อน
งานออกแบบหัตถกรรมและสิ่งทอ เครื่องประดับไม้ เสื้อผ้า จะมีลวดลายท้องถิ่นเป็นเอกลักษณ์ ผ้าไหมลาว ดูเรียบง่ายไม่เน้นสีสันฉูดฉาดมากนัก แต่งานเครื่องประดับทำจากไม้ ประเภทกำไร สร้อยฉลุไม้ ค่อนข้างขึ้นชื่อ เพราะว่าลาวมีไม้เนื้อแข็งดีๆมาแปรรูปทำเครื่องประดับมากมาย ดูลวดลายไม้ วงปีไม้ชวนสะดุดตา

ส่วนรสชาติกาแฟลาว ต่างกันเล็กน้อย เรื่องความเข้มข้น กลิ่นของกาแฟแต่ละสายพันธุ์ แบรนด์ที่ขึ้นชื่อ “ดาว” แต่เมืองลาวไม่ค่อยได้เห็นร้านสะดวกซื้อเกิดขึ้นมากมาย เนื่องจากกลุ่มทุนยังเป็นคนจีนนิยมมาค้าขายกัน ส่วนกาแฟแบรนด์ข้ามชาติยังไม่เห็นค่ายไหนมาลงทุนกัน รวทั้งห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ และห้างค้าส่งทั่วไป
ฉะนั้น มาเที่ยวหลวงพระบาง เมืองลาว เดินชมวัดเก่าแก่จนเพลิน นั่งตุ๊กตุ๊กไปชมวิวริมโขง ซื้อของที่ระลึกย่านตลาดมืดแล้ว อย่าลืมลองมาหาอาหารพื้นเมืองทานกัน บอกเลยรสแซ่บ ไม่แพ้ใคร แต่ที่โดนตา ประทับใจ เรื่องอาคารเก่าๆ ชมงานสถาปัตยกรรมแบบโบราณสองข้างทาง น่าสนใจอย่างยิ่งที่ยังอนุรักษ์ได้อย่างคงเดิมในยุค50 ปีก่อนที่หาดูยาก








