เกษตรกร อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ปรับเปลี่ยนสวนยางพาราที่ราคาตกต่ำ หันมาปลูกเมล่อนในโรงเรือน 2 สายพันธุ์ตลาดรองรับไม่อั้น ราคาดี กก.ละ 60-70 บาท ส่งขายที่ตลาดไท กรุงเทพฯ และในพื้นที่ สร้างรายได้ปีเป็นล้านบาท
นางสายรุ้ง ศรีสุข อายุ 52 ปี เจ้าของสวนเมล่อน อาศัยอยู่บ้านหมู่ 15 บ้านค่ายพัฒนา ต.เวียงสะอาด อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม บอกว่า ก่อนหน้านี้ครอบปลูกยางพารา แต่ราคายางตกต่ำ ค่าใช้จ่ายสูงน้ำยาไม่มีคุณภาพ ทำให้รายจ่ายไม่พอกับรายรับ ทั้งปริมาณน้ำฝนไม่เพียงพอ ทำให้ขาดทุนทุกๆ ปี จึงคิดหาแนวทางแก้ปัญหา ได้มีน้องเป็นเกษตรกรมาแนะนำให้ปลูกเมล่อน จึงได้พูดคุยกับครอบครัว เพราะเมื่อก่อนส่วนใหญ่ก็ปลูกพืชผักอายุสั้น นอกจากการทำนา การปลูกอ้อย ปลูกมัน การตัดเย็บเสื้อผ้า แต่ผลผลิตและรายได้ ไม่เพียงพอในการใช้จ่าย

นางสายรุ้ง บอกต่อว่า จากนั้นจึงเริ่มทดลองปลูกเมล่อน ในพื้นที่ 3 ไร่ เริ่มแรกก็ปลูกแบบเปิดในปีแรกๆ ก็ได้ผลผลิตดี และก็สามารถทำโดยไม่ต้องพึ่งพาแฟนที่มีตำแหน่ง เป็นผู้ใหญ่บ้าน ส่วนใหญ่ก็จะไปประชุม ไปบริการสังคมและชุมชน หรืองานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ค่อยได้มาช่วยด้วย ต่อมาจึงได้ปรับเปลี่ยนมาสร้างโรงเรือน จำนวน 12 โรงเรือน ป้องกันแมลงและน้ำฝน สามารถควบคุมการปลูกเมล่อนได้ประมาณ 3,600 ต้น ใช้เวลาในการปลูก 3 เดือนกว่า จะได้เมล่อนประมาณ 3,600 ลูก
สำหรับต้นพันธุ์เมล่อนที่นำมาปลูก คือ พันธุ์ไข่ทองคำ ลักษณะจะมีผิวเรียบ เปลือกเป็นสีเหลืองทอง และพันบารมีแสนหวาน ผิวเปลือกจะเป็นตาข่าย โดยจะให้ผลผลิต 1 ผลต่อ 1 ต้น เฉลี่ยแต่ละโรงเรีอนสามารถเก็บผลผลิตได้ 300 กว่าลูก ขายได้ประมาณ 25,000 บาท ปี 1 ทำได้ 3 รอบ ได้รายทั้งปีก็เกือบ 1 ล้านบาท เพื่อให้ลูกเมล่อนมีขนาดใหญ่ เป็นที่ต้องการของตลาด ราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ 70 บาท 1 ลูกจะมีน้ำหนัก 1.5-2 กิโลกรัม ขายส่งก็ 60 บาท ต่อ กก. การปลูกส่วนใหญ่จะใช้ปุ๋ยคอก มูลขี้ไก่ มูลวัว ปุ๋ยอินทรีย์ จากวัชพืชต่างๆ นำมาหมักไว้
นอกจากนี้สวนเมล่อนยังได้รับการตรวจรับรอง GMP จากสำนักงานเกษตรจังหวัดมหาสารคาม รสชาติหวานกรอบ อร่อย ปลอดภัย ความหวานอยู่ประมาณ 14-15 บิต ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด สามารถ ส่งขายได้ที่ตลาดไท กรุงเทพฯ และในพื้นที่ใกล้เคียง อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอนาเชือก อำเภอเมืองมหาสารคามและอำเภอกันทรวิชัย มีผู้สนใจมาซื้อที่สวนจำนวนมาก สนใจสั่งซื้อได้ที่เบอร์โทร. 09-6641-0869.