Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดดัน “โคดำลำตะคอง”เนื้อโคคุณภาพสูงเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไทยสร้างรายได้ชุมชน

ดัน “โคดำลำตะคอง”เนื้อโคคุณภาพสูงเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไทยสร้างรายได้ชุมชน

-

หลังจากที่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ได้เสนอรัฐบาลให้ผลักดันเนื้อวัว “โคดำลำตะคอง” กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไทย โดยเตรียมที่จะร่วมมือกับอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (นครราชสีมา) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) จัดงาน Thailand Beef Fest 2024 ขึ้น ในวันที่ 1-4 ก.พ. 67 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งภายในงานจะมีกิจกรรมไฮไลต์ ได้แก่ นิทรรศการแสดงพันธุ์วัวไทย เทคโนโลยีการถ่ายทอดพันธุ์โคเนื้อคุณภาพสูง โรงเลี้ยงจำลอง จัดแสดงสายพันธุ์วัว นิทรรศการพันธุ์วัวเนื้อต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา บราซิล โชว์การทำอาหารจากเนื้อวัวเกรดพรีเมียมโดยเชฟมืออาชีพ เป็นต้น

นายวิศิษฐิพร สุขสมบัติ หรือ อ.แป๊ะ ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อคุณภาพ นครชัยบุรินทร์ เล่าถึงที่มาของ “โคดำลำตะคอง” ว่า การพัฒนาพันธุกรรม “โคดำลำตะคอง” นั้นได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 60 จนถึงขณะนี้สายพันธุ์เริ่มนิ่งแล้ว แต่การจะพัฒนาโคเนื้อคุณภาพสูงนั้นไม่ใช่แค่การพัฒนาพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว ต้องมีการควบคุมโภชนาการ หรืออาหารของโคเนื้อด้วย สำหรับโคดำลำตะคองเราไม่ได้มองเพียงเรื่องโปรตีนหรือสารอาหารเท่านั้น แต่ลงลึกไปถึงไขมันที่แทรกอยู่ในเนื้อด้วย ซึ่งไขมันที่แทรกอยู่ในเนื้อโคดำลำตะคองนั้น จะมีกรดไขมันโอเมก้า 9 อยู่จำนวนมาก ประมาณ 50%

ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อคุณภาพ นครชัยบุรินทร์ กล่าวต่อว่า กรดไขมันโอเมก้า 9 นี้ มีประโยชน์ในการช่วยลดความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งจะให้รสชาติที่อร่อยเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นการจะทำให้ในเนื้อวัวมีกรดไขมันโอเมก้า 9 จำนวนมาก จึงต้องเสริมด้วยอาหารที่มีคุณสมบัติเพิ่มไขมันโอเมก้า 9 ให้วัวได้กินด้วย ซึ่งตนเองได้ร่วมกับอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (นครราชสีมา) นำผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ที่ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ มาต่อยอดพัฒนาผ่านเทคโนโลยีโพรใบโอติกส์ (Prebiotics) โดยทำสาโทจากข้าวโพด ข้าวหมาก ข้าวเหนียว รวมทั้งใช้จุลลินทรีย์สังเคราะห์แสง ช่วยย่อยสลายใยอาหาร เพื่อที่จะได้ประโยชน์จากอาหารให้มากที่สุด เสริมอาหารเข้าไปในอาหารวัวด้วย ซึ่งจะทำให้เนื้อวัวมีรสชาติ และกลิ่มหอมกว่าเนื้อวัวทั่วไป

นายวิศิษฐิพร กล่าวอีกว่า ขณะนี้เนื้อ “โคดำลำตะคอง” เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ ในเรื่องรสชาติความอร่อย ประกอบกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (นครราชสีมา) พยายามที่จะผลักดันให้ “โคดำลำตะคอง” เป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไทย นอกจากนี้ทางหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา และหอการค้ากลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ ประกอบด้วย 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ จะส่งเสริมยกระดับการผลิตเนื้อโคคุณภาพให้กระจายไปทั่วทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะที่ผ่านมาเราได้ทำการพัฒนาเนื้อโคคุณภาพในพื้นที่ จ.นครราชสีมา มานานแล้ว ตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาก จนผลิตเนื้อโคคุณภาพไม่ทันต่อความต้องการของตลาด ดังนั้นตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่จะขยายพื้นที่การผลิตเนื้อโคคุณภาพเพิ่มขึ้นทั่วทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมกันนี้ก็จะผลักดันไปสู่ระดับประเทศต่อไปในอนาคตด้วย

ด้าน นายอรรควัฒน์ วิริยะขจรเกียรติ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้เลี้ยงโคเนื้อลำตะคอง จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ที่มาของ “โคดำลำตะคอง” นั้นเกิดจากแนวคิดที่จะพัฒนาคุณภาพเนื้อวัวที่มีคุณภาพสูง เพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ โดยเริ่มต้นจากการหยิบเอางานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และการศึกษาเนื้อโคคุณภาพสูงทั่วโลก ซึ่งพบว่าสายพันธุ์แองกัส และวากิว เป็นเนื้อโคที่มีคุณภาพสูง และมีรสชาติที่ดีที่สุดในโลก จึงได้นำมาพัฒนาต่อยอดผสมกับสายพันธุ์วัวพื้นเมืองโคราชของไทย จนได้โคลูกผสม 3 สายเลือด และให้เนื้อที่มีคุณภาพสูง โดยพัฒนาสายพันธุ์อยู่ใน เอ็น.วี.เค. ฟาร์ม อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งอยู่ใกล้กับเขื่อนลำตะคอง จึงตั้งชื่อว่า “โคดำลำตะคอง” ตามแหล่งที่มา พอได้เนื้อคุณภาพสูงมาปรากฏว่าตอบโจทย์คนชอบรับประทานเนื้อโคมาก คนที่ได้รับประทานเนื้อโคดำลำตะคองต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารสชาติหอมอร่อยกว่าเนื้อโคคุณภาพที่เคยรับประทานมาทั่วโลก ซึ่งตอนนี้เราได้พัฒนาสายพันธุ์โคดำลำตะคองมาเป็นรุ่นที่ 4 แล้ว ทำให้ได้เนื้อที่มีคุณภาพนิ่ง ทั้งลายมันที่สวยงาม ได้กลิ่น และรสชาติเดียวกันหมด

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ/นครราชสีมา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

พลิกโชคชะตาพารวย!ก๋วยเตี๋ยวสู้ชีวิต กล้าคิด กล้าทำ “ลูกชิ้นหมูเด้งปั้นสด ปลอดสารพิษ

เปิดตำนานบทใหม่ของ “นายฐากร ซ่อนกลิ่น” อดีตผู้ใหญ่ ที่ตัดสินใจวางตำแหน่งที่ภาคภูมิใจ หันมาจับตะกร้อลวกเส้นเคียงข้างภรรยาคู่ใจ พร้อมปั้นลูกชิ้นสดเสิร์ฟลูกค้า หลังจากเผชิญมรสุมชีวิตที่รายได้ไม่พอจุนเจือครอบครัว จนต้องนำโฉนดที่ดินไปจำนองแลกเงินทุน 150,000 บาท มุ่งหน้าจากอำเภอกาบเชิง เข้าสู่ตัวเมืองสุรินทร์ เพื่อพิสูจน์ตัวเองในเส้นทางสายอาชีพพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวที่เริ่มต้นจากศูนย์ จุดเด่นที่ทำให้ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวแท้ปั้นสด บุฟเฟต์ลูกชิ้น” รสชาติติดอกติดใจลูกค้า คือลูกชิ้นปั้นสดทำเองที่เป็นซิกเนเจอร์ ซึ่งนายฐากร ต้องดั้นด้นเข้ากรุงเทพฯ ไปร่ำเรียนและลองผิดลองถูกอยู่นาน จนได้ลูกชิ้นเนื้อเด้งสูตรเด็ดที่ “ปั้นสดๆ โชว์หน้าร้าน”...