Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดชูกำแพงเพชรต้นแบบเกษตรอินทรีย์ผสมผสาน ผลิต แปรรูป การตลาด ครบวงจร

ชูกำแพงเพชรต้นแบบเกษตรอินทรีย์ผสมผสาน ผลิต แปรรูป การตลาด ครบวงจร

-

นายชายศักดิ์ วุฒิศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 12 นครสวรรค์ (สศท.12) กล่าวว่า ได้นำคณะลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อ.ทรายทองวัฒนา จ.กำแพงเพชร ที่ประสบความสำเร็จและมีจุดเด่นในการทำเกษตรผสมผสาน สามารถต่อยอดไปจนถึงการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์

“การดำเนินงานที่ประสบผลสำเร็จหลักๆ คือ การเพาะปลูกข้าวอินทรีย์หลายชนิดและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวอินทรีย์ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวไรซ์เบอร์รี และข้าวเหนียวดำ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ Organic Thailand สามารถผลิตข้าวอินทรีย์ได้เฉลี่ยไร่ละ 500-600 กิโลกรัม ปีละ 12-5 ตัน”

ทั้งนี้การแปรรูปข้าวอินทรีย์ นายสมาน ลุนพงษ์ เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) จ.กำแพงเพชร และเป็นประธาน ศพก. อ.ทรายทองวัฒนา จะพิถีพิถันตั้งแต่กระบวนการคัดสรรวัตถุดิบ โดยมีการคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมเหมาะกับพื้นที่การเพาะปลูก เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี และข้าวเปลือกที่จะนำมาสี ต้องผ่านการลดความชื้นก่อน โดยใช้เครื่องอบลดความชื้น และบางส่วนก็ตากเอง ให้มีความ ชื้น 13-15% เพื่อจะได้ข้าวกล้องที่ยังมีจมูกข้าวและสีต่ออีกครั้งเพื่อให้เป็นข้าวสาร โดยบรรจุถุงขนาด 1 กิโลกรัม พร้อมมีการจัดเก็บข้าวเปลือกในโกดังเก็บสินค้าของตนเองเพื่อป้องกันความชื้นจากภายนอก และป้องกันสิ่งแปลกปลอม เช่น แมลง สัตว์พาหะ นก หนู เป็นต้น เนื่องจากจะมีการแปรรูปตามออเดอร์สั่งซื้อเท่านั้น

สำหรับด้านการตลาด ผลิตภัณฑ์ ร้อยละ 50 ส่งจำหน่ายที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.โค้งวิไลไทยเสรี ในราคาขายส่ง กก.ละ 70 บาท ขายปลีก กก.ละ 100 บาท ผลผลิตร้อยละ 40 จำหน่ายในชุมชนและจำหน่ายในแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยผลิตตามที่ลูกค้าสั่งซื้อ ส่วนผลผลิตอีกร้อยละ 10 จำหน่ายทาง เพจ Facebook “ข้าวไรซ์เบอร์รี ข้าวอินทรีย์ ตราทุ่งทอง” และ Shopee

ด้าน นายสมาน ลุนพงษ์ เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) จ.กำแพงเพชร และเป็นประธาน ศพก. อ.ทรายทองวัฒนา กล่าวว่า เดิมทำเกษตรแบบเชิงเดี่ยว แต่ประสบปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากภาวะฝนทิ้งช่วง ทำให้ผลผลิตเสียหาย ไม่ได้ขนาดและปริมาณตามต้องการ จึงใช้สารเคมีบำรุง ทำให้สภาพดินเสื่อม ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น รายได้ลดลง จึงได้ศึกษาและเข้าร่วมการอบรมจากหน่วยงานต่างๆ และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ โดยปรับเปลี่ยนมาทำเกษตรแบบอินทรีย์ ตั้งแต่ปี 2556

จากนั้นทำการเกษตรแบบผสมผสาน ปี 2559 รวมทั้งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนการทำเกษตร บนพื้นที่จำนวน 37 ไร่ แบ่งเป็น นาข้าวอินทรีย์ 25 ไร่ โคกหนองนา 3 ไร่ ปลูกไม้ยืนต้น 3 ไร่ อย่าง ต้นยางนา, ต้นพยุง, ต้นประดู่ และต้นสัก สระน้ำขนาด 2 งาน จำนวน 4 บ่อ เพาะเลี้ยงปลานิล, ปลาตะเพียน ปลายี่สก ปลาบึก และปลาตามธรรมชาติคลองรอบแปลงนา ขนาดกว้าง 3 เมตร ลึก 2 เมตร ยกคูล้อมรอบความยาวประมาณ 650 เมตร และส่วนที่เหลือเป็นที่อยู่อาศัย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

สืบสานตำนาน “รำมวยโบราณสกลนคร” เชิดชูบรมครู ‘จำลอง นวลมณี’ต่อยอดมรดกไทยสู่หลักสูตรท้องถิ่น

"​สกลนคร"ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจและรอยยิ้มให้กับชาวสกลนครเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกลุ่มศิษยานุศิษย์ของ "คุณตาจำลอง นวลมณี" บรมครูแห่งศาสตร์และศิลป์มวยโบราณสกลนคร (บุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาการแสดงพื้นบ้านและนันทนาการ ประจำปี ๒๕๒๙) ผู้ริเริ่มประดิษฐ์คิดค้นท่า “รำมวยโบราณ” อันเป็นเอกลักษณ์ ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อต่อลมหายใจมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแขนงนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาและยั่งยืนอีกครั้ง ​จากจุดเริ่มต้นของการรวบรวมข้อมูลและจัดทำผังสาแหรกผู้สืบทอดวิชาในรุ่นต่างๆ ล่าสุด คณะศิษย์ที่ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง "ชมรมมวยโบราณสกลนคร" ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนและการรับรองจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร ให้เป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง พร้อมเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การแสดง “รำมวยโบราณ” ให้แก่นักเรียน...