ต้นแบบพระน้ำดี พระนักพัฒนา นับวันหายากขึ้นทุกที ยามนี้ต้องยกให้ พระสมุห์ยงยุทธ นริสฺสโร หรือ “พระอาจารย์ต่าย” เจ้าอาวาสวัดสะแก ได้ก่อตั้งค่ายมวยชื่อว่า “ค่ายมวยศิษย์ อ.ต่าย” เพราะมีปณิธานอันแนวแน่ที่ต้องการนำเด็กติดยาเสพติด พ่อแม่ทอดทิ้ง มาเลี้ยงให้ชีวิตกลับมาสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรีของมนุษย์ ด้วยการปั้นให้เป็นนักมวยห่างไกลยาเสพติด พร้อมกับจัดที่กินที่นอน ส่งเรียนหนังสือ และฝึกฝนให้ชกมวยเป็นอาชีพหาเงินเลี้ยงชีพ โดยมีเจ้าอาวาสและพระลูกวัด เป็นครูมวยผู้ฝึกสอนให้
พระอาจารย์ต่าย บอกว่า ที่มาของการทำค่ายมวยเริ่มต้นจากเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว ได้เก็บเด็กมาเลี้ยง ซึ่งเป็นเด็กติดยาเสพติด พ่อแม่แยกทางกัน แรก ๆ ยังลุ้มลุกคลุกคลานฝึกซ้อมไปเรื่อยไม่ได้หวังอะไร เพียงต้องการให้เด็กกลุ่มนี้ห่างไกลยาเสพติด แต่อาชีพชกมวยถึงเจ็บตัวแต่ได้เงินทุกไฟต์ ได้มากได้น้อยแล้วแต่ประสบการณ์

“อาตมาจึงได้คุยกับ นายนิติรุจน์ มุขเฉลิมวงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลโพนางดำตก ว่าอยากพัฒนาเด็กต่อยมวยให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ และสร้างอาชีพให้เด็กได้เพราะยุคนี้เป็นยุคทองของนักมวยไทยหากตั้งใจชกก็สามารถผันตัวเองกลายเป็นเศรษฐีได้เหมือนนักชกรุ่นพี่ชื่อดังตอนนี้ต่างก็กลายเป็นนักชกระดับเงินล้านบาทที่เด็กๆสามารถนำมาเอาเป็นไอดอลได้”
ปัจจุบันมีเด็กชายอายุ 8-15 ปี รวม 11 คน กินนอนอยู่ที่วัด วันจันทร์-ศุกร์ ตื่นตี 5 วิ่งออกกำลังกาย 7 โมงครึ่ง อาบน้ำไปโรงเรียน 8 โมง พระพาไปส่งโรงเรียน กลับจากโรงเรียน 4 โมง ซ้อมมวยจนถึง 2 ทุ่ม อาบน้ำกินข้าวเข้านอนเกือบ 3 ทุ่ม เราต้องฝึกให้เขามีระเบียบวินัย ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ หลังเลิกซ้อมรอบเช้าให้เก็บกวาดเวที หลังจากนั้นให้ทำกิจกรรมส่วนตัว
พระอาจารย์ต่าย บอกต่อว่า สำหรับเด็กที่ไม่ชกมวย อาตมาก็เลี้ยง แต่มีอย่างอื่นให้ทำ อาตมาจะไม่บังคับเด็ก ทุกคนจะได้เรียนหนังสืออย่างน้อยให้จบ ม.6 อาตมาต้องการให้เด็กมีอนาคต ให้เขายืนด้วยตัวเองได้ เขาไม่ได้อยู่กับเราตลอดชีวิต สักวันหนึ่งเขาต้องยืนด้วยลำแข้งของตัวเขา
ส่วนการพาเด็กไปชกมวยเวทีต่าง ๆ อาตมายึดหลักที่ว่าชกแล้วไม่หักค่าตัว ไม่หักเงินอัดฉีด ไม่หักค่าสีเสื้อ ยกให้เด็กหมด แต่ขอไว้ครั้งละ 100 บาท เก็บไว้เพื่อช่วยเหลือค่ายที่อาจมีเหตุจำเป็นต้องใช้








