Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดสุรินทร์แล้งหนักกระทบสัตว์เลี้ยง ชาวบ้านต้องออกหาน้ำตักให้วัวควายกิน

สุรินทร์แล้งหนักกระทบสัตว์เลี้ยง ชาวบ้านต้องออกหาน้ำตักให้วัวควายกิน

-

จังหวัดสุรินทร์เจอแล้งเล่นงานหนัก ชาวบ้านใน ต.ศรีสุข อ.สำโรงทาบ เริ่มออกหาแหล่งน้ำในหมู่บ้านเพื่อน้ำตักให้วัวควายกิน

เมื่อวันที่ 24 ม.ค.67 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ตามอ่างเก็บน้ำต่างๆ ทั้ง 14 แห่ง ภายในจังหวัดสุรินทร์ พบว่าบางแห่งได้มีประชาชนนำรถซาเล้งขนน้ำออกมาให้วัวและควายกินตามทุ่งนา โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ตำบลศรีสุขและตำบลประดู่ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์

นางบัวริน นิลไท อายุ 54 ปี ชาวบ้านใน ต.ศรีสุข อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ ซึ่งได้ออกมาเดินตามฝูงวัวที่กำลังลงไปกินน้ำภายในหนองน้ำสาธารณะของหมู่บ้าน โดยบอกว่าในช่วงนี้พอมีน้ำให้วัวและควายลงกินได้ แต่พอเข้าช่วงเดือนเมษายน อาจจะไม่มีน้ำเลย เพราะที่ผ่านมาก็แล้งมาก ซึ่งจากการสังเกต พบว่าปีนี้น่าจะมีความแห้งแล้งกว่าทุกปี เพราะน้ำได้ลดลงจากขอบสระเร็วอย่างเห็นได้ชัด และชาวบ้านในหมู่บ้านบางคนที่วัวและควายมาไม่ถึงและอยู่ไกล ก็ต้องนำรถซาเล้งขนน้ำไปให้วัวและควายกินอยู่กลางทุ่งนาเลยทีเดียว

ด้าน นายประเดิม เทพวงษ์ นายก อบต.ประดู่ อ.สำโรงทาบ กล่าวว่า ในห้วงภัยแล้งที่จะมาถึงในช่วงเมษายนที่จะถึงนี้ ตนเองก็พอทราบดีว่าในแต่ละปีพี่น้องประชาชนที่มีวัวและควายก็ต้องพึ่งตัวเอง โดยการนำน้ำขนใส่รถไปให้วัวและควายตามท้องทุ่งนา แต่ในขณะนี้พอมีน้ำที่จะน้ำกักเก็บไว้อยู่ตามห้วยหนองคลองอีสานเขียว แต่พอไปถึงเดือนเมษายน ถึงอย่างไรก็แล้งอย่างแน่นอน

นายประเดิม กล่าวต่อว่า ทาง อบต.ประดู่ ขณะนี้ยังไม่มีรถที่จะนำน้ำออกไปบริการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในช่วงหน้าแล้ง แต่ตนก็ได้จัดทำข้อบัญญัติในการประชุมสภาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อที่จะหาเงินมาซื้อรถเพื่อนำมาใช้ในช่วงที่พี่น้องเกิดอัคคีภัยต่างๆ ซึ่งแต่ละครั้งก็จะอาศัยรถจาก อบต.ข้างเคียงมาใช้ ให้พอบรรเทาไปก่อน ซึ่งคาดว่าอีกไม่นานคงจะได้มีรถน้ำไว้ขนน้ำไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในห้วงภัยแล้งที่จะมาถึงนี้

นายสมชาย อังค์ศิริลาวัลย์ ผอ.โครงการชลประทานสุรินทร์ เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำยังคงพอมีอยู่ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ในอ่าง เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้วในเรื่องของภัยแล้งที่จะมาถึง พร้อมกับขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนอยู่ที่อ่างเก็บน้ำอำปึล และอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีการลดจากการปลูกข้าวนาปรังจากเดิม 4,500ไร่คงเหลือ 2,500 ไร่ อำปึลจากเดิม 6,000 ไร่ คงเหลือ 4,000 ไร่ ซึ่งจะมีน้ำเพียงพอที่จะทำนาปรังและมีน้ำเพียงพอสำหรับไว้อุปโภคบริโภค เพราะฉะนั้นเราพอมีน้ำที่จะส่งไปในระบบนิเวศตลอดทั้งปี รวมทั้งบ่อปลาที่ประชาชนเราที่ยึดไว้ตามแผนเดิมแล้วถ้าหากว่าฝนทิ้งช่วง เราก็สามารถมีน้ำไว้อุปโภคบริโภค ก็ขอให้พี่น้องสบายใจได้ และร่วมกันในการใช้น้ำอย่างประหยัดและก็อย่าประมาท

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

พลิกโชคชะตาพารวย!ก๋วยเตี๋ยวสู้ชีวิต กล้าคิด กล้าทำ “ลูกชิ้นหมูเด้งปั้นสด ปลอดสารพิษ

เปิดตำนานบทใหม่ของ “นายฐากร ซ่อนกลิ่น” อดีตผู้ใหญ่ ที่ตัดสินใจวางตำแหน่งที่ภาคภูมิใจ หันมาจับตะกร้อลวกเส้นเคียงข้างภรรยาคู่ใจ พร้อมปั้นลูกชิ้นสดเสิร์ฟลูกค้า หลังจากเผชิญมรสุมชีวิตที่รายได้ไม่พอจุนเจือครอบครัว จนต้องนำโฉนดที่ดินไปจำนองแลกเงินทุน 150,000 บาท มุ่งหน้าจากอำเภอกาบเชิง เข้าสู่ตัวเมืองสุรินทร์ เพื่อพิสูจน์ตัวเองในเส้นทางสายอาชีพพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวที่เริ่มต้นจากศูนย์ จุดเด่นที่ทำให้ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวแท้ปั้นสด บุฟเฟต์ลูกชิ้น” รสชาติติดอกติดใจลูกค้า คือลูกชิ้นปั้นสดทำเองที่เป็นซิกเนเจอร์ ซึ่งนายฐากร ต้องดั้นด้นเข้ากรุงเทพฯ ไปร่ำเรียนและลองผิดลองถูกอยู่นาน จนได้ลูกชิ้นเนื้อเด้งสูตรเด็ดที่ “ปั้นสดๆ โชว์หน้าร้าน”...