Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดปลากระพงเพื่อนบ้านราคาถูกตีตลาดฉุดปลากระชังสงขลาขายไม่ออก

ปลากระพงเพื่อนบ้านราคาถูกตีตลาดฉุดปลากระชังสงขลาขายไม่ออก

-

ปัญหาปลากะพงในกระชังที่ อ.สิงหนคร ไม่มีพ่อค้าเข้ามารับซื้อ เนื่องจากมีปลากะพงนำเข้าจากเพื่อนบ้านขายถูกกว่า กก.ละ 30-40 บาท จนปลาท้องถิ่นตกค้างเกือบ 7 พันตัน พาณิชย์จังหวัดเล็งให้กรมการค้าภายในพาเอกชนไปรับซื้อช่วยในราคา กก.ละ 130 บาท

นายอภิชาติ สาราบรรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) จังหวัดสงขลา เพื่อแก้ไขปัญหาผลผลิตปลากะพงตกค้างในกระชัง เนื่องจากไม่มีพ่อค้าเข้ามารับซื้อ กรณีเกษตรกรในพื้นที่ตำบลสทิงหม้อและตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ได้รับความเดือดร้อนจากราคาปลากะพงตกต่ำ เนื่องจากผู้ประกอบการและพ่อค้าคนกลางในพื้นที่รับซื้อปลากะพงนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีราคาถูกกว่ามาจำหน่าย ส่งผลให้ผลผลิตปลากะพงตกค้างขนาดพร้อมจำหน่าย จำนวน 697,914 กก.

จากข้อมูลการนำเข้าปลากะพงขาวผ่านด่านศุลกากรสะเดา จังหวัดสงขลา ตั้งแต่เดือนม.ค.-ธ.ค. 2566 มีปริมาณการนำเข้าเฉลี่ยต่อเดือน 954,400 กิโลกรัม จากผู้ประกอบการนำเข้าสินค้า จำนวน 3 ราย ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงในพื้นที่จังหวัดสงขลา (ข้อมูล ณ วันที่ 18 มกราคม 2567) ราคาปลานำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ขนาดตัว 0.70-1.00 กก. กิโลกรัมละ 80 บาท ขนาดตัว 2-3 กก. กิโลกรัมละ 100 บาท ขนาดตัว 3 กก. ขึ้นไป กิโลกรัมละ 110 บาท ซึ่งราคาปลากะพงนำเข้าจะต่ำกว่าราคาปลากะพงของเกษตรในพื้นที่เฉลี่ย กก.ละ 30-40 บาท

อย่างไรก็ตามสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา ได้ประสานไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ และกรมการค้าภายใน เพื่อขอรับการช่วยเหลือหาผู้ประกอบการหรือพ่อค้าเข้ามารับซื้อปลากะพงขาวของเกษตรกรอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ซึ่งมีการประสานผู้ประกอบการห้องเย็น จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อรับซื้อปลากะพงจากเกษตรกรในพื้นที่อำเภอสิงหนคร และพื้นที่ซึ่งได้รับความเดือดร้อนในราคากิโลกรัม 130 บาท / ตัวละ 1-3 กก. รวมค่าขนส่งถึงห้องเย็น แต่ไม่สามารถตกลงราคากันได้ เนื่องจากเกษตรกรต้องการขายปลากะพง ตัวละ 1-3 กิโลกรัม ณ หน้ากระชังกิโลกรัมละ 150 บาท ไม่รวมค่าขนส่ง ส่วนรสชาติในการปรุงอาหารปลาของจังหวัดสงขลา อร่อยกว่าปลาที่นำเข้ามา เพราะปลาของสงขลารสชาติหวานมัน ส่วนปลาของประเทศเพื่อนบ้านรสชาติจืด

ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมีคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง เพื่อที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา ประสานสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ และกรมการค้าภายใน เพื่อขอรับการช่วยเหลือต่อไป.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

พลิกผืนนาปลูก ‘ผักบุ้งซิ่ง’ ส่งขายร้านหมูกระทะ รายได้สุดปัง!

ท่ามกลางยุคสมัยที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากจำต้องหอบหิ้วความฝันเดินทางออกจากอ้อมกอดของบ้านเกิด มุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่เพื่อแสวงหาโอกาสและเข้าทำงานในโรงงาน แต่สำหรับ “โน๊ต - นายวัชรพล วังนุช” และ “ขิม - นางสาวกมลวรรณ แก้วกองนอก” สองสามีภรรยาวัยเพียง 25 ปี แห่งบ้านหนองคันชั่ง ตำบลพระแก้ว อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ พวกเขากลับเลือกเส้นทางชีวิตที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง . เส้นทางของพวกเขาไม่ได้เริ่มจากความสุขสบาย แต่เริ่มจาก “หัวใจที่รักบ้านเกิด” และความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวที่จะจับมือร่วมหัวจมท้าย สร้างอนาคตขึ้นด้วยสองมือของตัวเองโดยไม่ต้องจากคนที่รักไปไหน คำถามที่ทั้งคู่ตั้งขึ้นในใจก่อนเริ่มต้น...