หน้าแรกข่าวล่าสุดONE เอาจริงสั่งแบน "เอลลิส" ตรวจพบสาร ยันไม่มีผลแข่งขัน

ONE เอาจริงสั่งแบน “เอลลิส” ตรวจพบสาร ยันไม่มีผลแข่งขัน

-

ONE เอาจริง สั่งลงดาบแบน “เอลลิส บาร์โบซา” ห้ามลงแข่งขันเป็นเวลา 6 เดือน หลังถูกตรวจพบสารกระตุ้นต้องห้าม พร้อมเปลี่ยนคำตัดสินในไฟต์ที่ชนะ “ทองพูน พีเค.แสนชัย” เป็น “ไม่มีผลการแข่งขัน” (No contest)

ย้อนกลับไปในศึก ONE Fight Night 17 เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.66 “เอลลิส บาร์โบซา” นักชกหนุ่มวัย 23 ปี จากอังกฤษ ได้ฤกษ์เปิดตัวบนเวทีระดับโลกเป็นครั้งแรก โดยพบกับ “ทองพูน พีเค.แสนชัย” จอมดีเดือด วัย 26 ปี จากมหาสารคาม ซึ่งผลการแข่งขันในวันนั้น เป็นทางด้าน “เอลลิส” ที่หักปากกาเซียน เปิดซิงหยุดสถิติไร้พ่ายของ “ทองพูน” ไปได้ หลังบรรจงกดหมัดตัดลำตัวจนนักชกไทยถึงกับลุกไม่ขึ้นในยกสุดท้าย

ล่าสุดหลังผ่านพ้นการแข่งขันไปได้ไม่ถึง 2 เดือน เจ้าหน้าที่จากองค์กรตรวจโด๊ป Internaional Doping and Testing Management (IDTM) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของ Drug Free Sport International (DFSI) ระบุว่าจากการเก็บตัวอย่างของ “เอลลิส” ในช่วงการแข่งขัน ได้ตรวจพบสารต้องห้ามตามอ้างอิงจากองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (World Anti-Doping Agency: WADA) ซึ่งถือว่าผิดกฎระเบียบสากลอย่างชัดเจน

จากผลดังกล่าว ONE ในฐานะองค์กรศิลปะการต่อสู้ระดับโลกที่มีการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับต่อต้านการใช้สารต้องห้ามในนักกีฬามาอย่างต่อเนื่อง จึงประกาศให้เปลี่ยนการตัดสินในไฟต์ที่ “เอลลิส” ชนะน็อก “ทองพูน” เป็น “ไม่มีผลการแข่งขัน” และลงโทษห้าม “เอลลิส” ลงแข่งขันเป็นเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่เก็บตัวอย่างไปตรวจสอบ

ทั้งนี้ นอกจากจะมีการตรวจสอบด้านสุขภาพเพื่อความปลอดภัยของนักกีฬาทุกคนที่ลงแข่งขันแล้ว ONE ยังให้ความสำคัญในการตรวจหาสารต้องห้ามสำหรับนักกีฬาตามกฎระเบียบและมาตรฐานสากลเพื่อให้แน่ใจว่าการแข่งขันจะเป็นไปด้วยปลอดภัย ความเท่าเทียม และความยุติธรรมระดับสูงสุด

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...