Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดกรมทรัพย์สินฯเร่งผลักดัน 2 ปลาท้องถิ่นยะลาเป็นสินค้า GI ตัวใหม่ของจังหวัด

กรมทรัพย์สินฯเร่งผลักดัน 2 ปลาท้องถิ่นยะลาเป็นสินค้า GI ตัวใหม่ของจังหวัด

-

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเร่งผลักดัน“ปลาพลวงชมพูต้นน้ำป่าฮาลาบาลา” และ “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ตัวใหม่ของจังหวัด

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 17-18 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้นำทีมลงพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อผลักดัน “ปลาพลวงชมพูต้นน้ำป่าฮาลาบาลา” และ “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ตัวใหม่ของจังหวัดยะลา โดยคาดว่าจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและนำรายได้มาสู่พี่น้องชาวยะลาได้อย่างยั่งยืน

นายวุฒิไกล เปิดเผยว่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่โปรดเกล้าฯ พระราชทานลูกพันธุ์ปลานิลแก่กรมประมง ซึ่งขยายจากพันธุ์ปลาที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะจากประเทศญี่ปุ่นถวายเมื่อปี 2508 โดยกรมประมงได้ขยายพันธุ์และแจกจ่ายราษฎรไปเพาะเลี้ยงเพื่อความอยู่ดีกินดีของปวงชนชาวไทย สร้างรายได้จนเป็นสัตว์เศรษฐกิจจนถึงปัจจุบัน และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงส่งเสริมการอนุรักษ์ฟื้นฟูพันธุ์ปลาท้องถิ่นไทย เพื่อเป็นแหล่งโปรตีนให้คนในท้องถิ่น

โดยในปี 2543 ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดยะลา ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลาพลวงชมพู และน้อมเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงมีพระราชเสาวนีย์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเลี้ยงพันธุ์ปลาดังกล่าวเพื่อเป็นอาชีพสู่เกษตรกรในพื้นที่

ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา มีภารกิจสำคัญด้านการส่งเสริมการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ GI เพื่อยกระดับสินค้าอัตลักษณ์ของชุมท้องถิ่นนำมาสู่การสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยในครั้งนี้ กรมฯ ลงพื้นที่จังหวัดยะลาเพื่อพบหารือเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยง “ปลาพลวงชมพูต้นน้ำป่าฮาลาบาลา” และ “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” เพื่อผลักดันร่วมกับจังหวัดขึ้นทะเบียน GI นำมาสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องชาวยะลา

ทั้งนี้ “ปลาพลวงชมพูต้นน้ำป่าฮาลาบาลา” เป็นปลาท้องถิ่นหายาก พบมากในลุ่มแม่น้ำปัตตานีและลุ่มแม่น้ำสายบุรี ของจังหวัดยะลา สามารถเลี้ยงด้วยระบบน้ำไหลจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ลักษณะเด่นคือลำตัวมีสีชมพู ครีบหลังและครีบหางเป็นสีแดง เนื้อปลามีลักษณะเนื้อนุ่มขาวเหมือนสำลี รสชาติหวานอร่อย เกล็ดมีสารคลอลาเจน จึงนิยมทานทั้งเกล็ด มีราคาสูงถึง 2,000 – 3,000 บาทต่อกิโลกรัม

ด้าน “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” เพาะเลี้ยงมากในบริเวณเทือกเขาสันกาลาคีรีของอำเภอเบตง จังหวัดยะลา มีลักษณะเด่นคือส่วนหัวเล็ก ริมฝีปากบนและล่างเสมอกัน ลำตัวสีเทานวลจนถึงดำ เนื้อปลาแน่น สีขาวละมุน รสชาติหวาน ไม่มีกลิ่นโคลน เนื่องจากกระแสน้ำที่ไหลตลอดเวลาทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำสูงกว่าบ่อปลาทั่วไป ราคาขาย 90 – 100 บาทต่อกิโลกรัม

“กรมฯ ตั้งเป้าผลักดันให้ “ปลาพลวงชมพูต้นน้ำป่าฮาลาบาลา” และ “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดยะลา โดยคาดว่าทั้งสองสินค้าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและเป็นตัวแปรสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางมาเที่ยวจังหวัดยะลา สร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป และสำหรับชุมชนใดที่สนใจจะขึ้นทะเบียน GI สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร.1368″นายวุฒิไกร กล่าวเพิ่มเติม

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

ไร้ชื่อป้าย!“ก๋วยจั๊บป้าไฉน”สูตรโบราณต้นตำหรับ อร่อยมัดใจลูกค้าแน่นทุกวัน

“ก๋วยจั๊บคุณไฉน ท้ายบ้านริมคลองชายทุ่ง” ตั้งอยู่ริมคลองบุญ ตรงข้ามสะพานปูนสีฟ้า หมู่ 3 ตำบลหนองโดน อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี หลังกลายเป็นร้านดังในโลกโซเชียลจากกระแสรีวิวความอร่อยของก๋วยจั๊บสูตรโบราณ ที่เปิดขายมายาวนานกว่า 40 ปี เมื่อเดินทางไปถึงพบ นางไฉน พุ่มไสว อายุ 67 ปี หรือ “ป้าไฉน” เจ้าของร้าน กำลังยืนปรุงน้ำซุปอยู่หน้าเตาร้อน ๆ ท่ามกลางกลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศ...