หน้าแรกข่าวล่าสุดไข่ไก่เมืองปากน้ำโพยังไม่ขึ้นราคาแม่ค้ายอมรับได้กำไรน้อยแต่เห็นใจผู้บริโภค

ไข่ไก่เมืองปากน้ำโพยังไม่ขึ้นราคาแม่ค้ายอมรับได้กำไรน้อยแต่เห็นใจผู้บริโภค

-

หลังจากเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด ได้ออกประกาศราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรกร วันที่ 11 มกราคม 2567 อยู่ที่ฟองละ 3.80 บาท หรือขึ้นราคาแผงละ 9 บาท ทำให้แผงค้าไข่ไก่ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์มีลูกค้ามาเลือกซื้อไข่ไก่อย่างบางตาและมีความซบเซาอย่างเห็นได้ชัด

นางเทียน อิ่มมาก แม่ค้าที่จำหน่ายไข่ไก่และไข่เป็ดในตลาดสดบ่อนไก่ เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการประกาศปรับขึ้นราคาไข่ไก่อีกฟองละ 30 สตางค์ ส่งผลให้ตลาดการซื้อขายไข่ไก่ซบเซาอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากว่าผู้บริโภคที่ไม่จำเป็นก็ชะลอการซื้อไว้ก่อน ทำให้ยอดขายลดลงเป็นจำนวนมาก ในขณะที่ร้านของตนเองในขณะนี้ยังไม่ปรับขึ้นราคา เนื่องจากตนเองนั้นยังเห็นใจลูกค้าที่ต้องบริโภคไข่ไก่ราคาแพง

แม่ค้าไข่ไก่และไข่เป็ดที่ตลาดสดบ่อนไก่ นครสวรรค์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นก็จำหน่ายไข่ไก่ในราคาเดิม ซึ่งไข่ไก่เบอร์ 0 ราคาแผงละ 145 บาท หรือ 10 ฟอง 50 บาท ไข่ไก่เบอร์ 1 ราคาแผงละ 130 บาท หรือ 10 ฟอง 45 บาท ไข่ไก่เบอร์ 2 ราคาแผงละ 125 บาท หรือจำหน่าย 10 ฟอง 43 บาท ไข่ไก่เบอร์ 3 ราคาแผงละ 120 บาท หรือราคาขาย 10 ฟอง 40 บาท ส่วนไข่ไก่เบอร์ 4 ราคาแผงละ 115 บาท หรือราคาขาย 10 ฟอง 39 บาท

“ขณะนี้ต้องขายราคานี้ไปก่อน ถึงแม้จะไม่ได้กำไรมาก แต่เพื่อเป็นการรักษาลูกค้าเอาไว้ และเป็นการถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เพื่อจะได้ไม่เดือดร้อนกันมากกว่านี้” นางเทียน กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายสุธาศิน อมฤก นายกสมาคมผู้ค้าไข่ไก่ไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก พร้อมแนบประกาศล่าสุดของเครือข่ายสหกรณ์ ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ที่มีการแจ้งราคาแนะนำใหม่ เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2567 โดยราคาแนะนำไข่ไก่คละอยู่ที่ฟองละ 3.60 บาท โดยลดลงจากประกาศก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2567 ลงอยู่ 20 นายกสมาคมผู้ค้าไข่ไก่ไทย ขอบคุณและชื่นชมจากใจที่เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ปรับราคาเหมาะสมกับสภาวะตลาด

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...