ชาวบ้านที่บ้านน้ำจั้น ม.6 ต.ชื่นชม อ.ชื่นชม จ.มหาสารคาม ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรม หลังฤดูการทำนาแล้วเสร็จจะได้ไม่ทำนาปรัง และไม่ต้องไปทำงานต่างถิ่นได้รวมกลุ่มกันปลูกผักทำให้เกิดประโยชน์ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ทำให้มีสินค้าขายได้ในจำนวนมาก เริ่มจากมีสมาชิก 28 ราย ปัจจุบันนี้มีสมาชิก 52 ราย จึงได้ใช้พื้นที่ดินส่วนกลางของหมู่บ้าน พื้นที่ประมาณ 14 ไร่ นำพื้นที่มาหารให้เท่ากันให้กับสมาชิกทุกราย แล้วมารวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มแปลงใหญ่บ้านน้ำจั้น
ในพื้นที่แห่งนี้นำมาปลูกพืชผักสวนครัวหลายชนิด เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักกาดขาว ผักคะน้า ผักชี ต้นหอม พริก ขายให้พ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อถึงที่ทุกวัน โดยเน้นในการปลูกผักปลอดภัย ไม่ใส่สารพิษ และกำลังพัฒนาเข้าสู่ผักอินทรีย์ จึงต้องมีการกางมุ้งให้ผักกันแมลง กันฝน น้ำที่ใช้รดผักกันในกลุ่มแปลงใหญ่ก็ไม่ใช้น้ำจากคลองหรือลำห้วย เพราะอาจมีสารเคมีที่ลงไปในน้ำ โดยได้เจาะบ่อน้ำบาดาลไว้ใช้ในโครงการ ส่วนการตลาดก็มีพ่อค้ามารับทุกวันไม่มีขาด และอนาคตก็ยังจะมีห้างสรรพสินค้าที่จะเข้ามารับไปจำหน่ายอีกมากมาย ทำให้สมาชิกในแต่ละราย มีรายได้ปีหนึ่งมากกว่า 6 หมื่นบาท ปีหนึ่งก็จะมีรายได้ของกลุ่มถึง 3 ล้านกว่าบาทต่อปี

นางบ้วย โพธิ์ศรี อายุ 52 ปี ชาวบ้านน้ำจั้น 1 ในเกษตรกรผู้ปลูกผัก กล่าวว่า ตนเองปลูกพืชผักในกลุ่มมี 2 แปลง โดยจะปลูกผักเป็นรุ่นๆ สามารถเก็บผลผลิตขายได้ทุกวัน วันละ 300-500 บาท แล้วแต่ความขยันแต่ละคน ผักของกลุ่มเราจะไม่ขายในราคาส่ง จะขายให้ในราคาตลาด อย่างพริก กก.ละ 100 บาท ผักกาดขาวก็ขาย กก.ละ 20 บาท กะหล่ำปลีขายเป็นหัว 20 บาท ต้นหอม กก. 60 บาท








