Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดเกษตรกรตัวอย่างลำปางปลูกมันลดต้นทุนอาหารวัวแก้อาหารสัตว์แพง

เกษตรกรตัวอย่างลำปางปลูกมันลดต้นทุนอาหารวัวแก้อาหารสัตว์แพง

-

เกษตรกรตัวอย่างเมืองรถม้า ปลูกมันสำปะหลังลดต้นทุนอาหารวัว อีกทางเลือกลดต้นทุน พร้อมทั้งส่งเสริมชาวบ้านในการปลูกมันสำปะหลัง สูตรการหมักมันสำปะหลัง เพื่อชี้ทางรอดในภาวะอาหารสัตว์แพง

เกษตรกรตัวอย่างจากครูผู้เกษียณอายุราชการจ.ลำปาง ค้นพบว่าตนเองถนัดเรื่องปลูกพืชและเลี้ยงโค-กระบือ ก่อนจะพบจุดเปลี่ยนชีวิตมาปลูกมันสำปะหลังเลี้ยงสัตว์แล้วประสบความสำเร็จนั่น คือ นายสมใจ คำดี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโค-กระบือหล่ายดอย อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ผันตัวมาทำอาชีพเกษตรกรอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากการปลูกมันสำปะหลัง และพัฒนาคุณภาพวัวที่ได้ไถ่ชีวิตมาจากโรงเชือด ด้วยแนวคิดที่ว่าจะอยู่ร่วมกับวิถีชีวิตชาวบ้านได้อย่างไร จนนำไปสู่การรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ

นายสมใจ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นการเลี้ยงวัวมาจากที่เกษตรกรเข้าไม่ถึงภาครัฐ จึงคิดว่าจะทำอย่างไรให้เข้าถึงกันได้ จึงรวมกลุ่มเพื่อเลี้ยงวัว โดยแรกเริ่มได้วัว-ควาย มาจากโครงการไถ่ชีวิตวัวมาเลี้ยง จากนั้นได้พัฒนาสายพันธุ์โดยนำวัวไถ่ชีวิตมาผสมพันธุ์กับพ่อพันธุ์ชั้นดี ทำให้ได้ลูกวัวที่มีคุณภาพดีและอัปเกรดให้เป็นวัวพันธุ์ดีเลี้ยงกันในกลุ่ม ศึกษาเรื่องการผสมเทียมวัว

ปัจจุบันราคาวัวตกต่ำลงมาก จากตัวละ 3-4 หมื่นบาทเหลือเพียงตัวละ 15,000-20,000 บาท ขณะที่อาหารวัวราคาสูง หากจะใช้อาหารสำเร็จทั้งหมดก็ไม่ไหว ทำให้เป็นปัญหาหลักของผู้เลี้ยง จึงหาวิธีลดต้นทุนอาหารโดยปลูกมันสำปะหลังเอง เนื่องจากเคยปลูกมันสำปะหลังมาก่อนตั้งแต่ปี 2549 ราว 135 ไร่ แต่ตอนนั้นต้นทุนสูง และตลาดรับซื้ออยู่ไกล และค่าใช้จ่าย ค่าเดินทางสูง จึงหันมาเลี้ยงวัว และนำความรู้ที่ได้จากการปลูกมันสำปะหลังมาแปรรูปเป็นอาหารวัวแทน ตอนนี้ปลูกเพียง 10 ไร่ ขณะเดียวกันก็ให้องค์ความรู้กับชาวบ้านและกลุ่มวิสาหกิจเรื่องการปลูกมันสำปะหลัง ปัจจุบันขายได้ราคาดีและมีตลาดรองรับมากขึ้น

นายสมใจ กล่าวอีกว่า วิธีการแก้ปัญหา คือ การปลูกมันสำปะหลังแล้วนำมาทำเป็นอาหาร ทำได้โดยการหมักมันสำปะหลัง โดยใช้หัวมันสดที่ขุดจากไร่ของเราเอง หรือกากมันสด ซื้อมาจากโรงแป้ง ตันละ 300-500 บาท น้ำที่เหลือจากการหมักนำมาราดผสมกับหญ้าเนเปีย หรือหญ้าแพงโกลา เป็นอาหารให้วัวกิน มีโปรตีนสูง ระบบขับถ่ายดี ลดต้นทุนค่าอาหารได้เยอะมาก

“การเกษตรคือการเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด และได้เห็นความตั้งใจของหน่วยงาน ที่อยากให้ประชาชนสุขภาพดีขึ้น สิ่งแวดล้อมได้รับการดูแลรักษา เน้นเกษตรอินทรีย์ ความรู้จากการอบรมครั้งนี้ ได้ต่อยอดความรู้ นำไปใช้ประโยชน์ต่างๆ ทำให้มีรายได้เพิ่ม ครอบครัวอยู่ได้และมีความสุข ส่งผลไปถึงวิสาหกิจชุมชนเข้มแข็ง ขอถือโอกาสขอบคุณไปยัง ม.ราชภัฏลำปาง และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง และจะขยายองค์ความรู้ไปสู่ชาวบ้านต่อไป” ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโค-กระบือหล่ายดอย กล่าว

นายสมใจ กล่าวด้วยว่า อายุไม่ใช่ปัญหาของการเรียนรู้ และการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งเข้าร่วมก็ยิ่งอยากรู้มากขึ้น สิ่งที่เราไม่รู้ก็มีขึ้นทุกวัน ซึ่งในการอบรม มีคำพูดหนึ่งกล่าวว่า การที่เราขายสินค้าไม่ได้เพราะเรายืนไม่ถูกที่ คำพูดนี้ทำให้กลับมาคิดว่าผลิตภัณฑ์ของเราไปขายที่ไหน เราจะต้องนำสิ่งต่างๆ มาใช้ให้หลากหลาย ให้เกิดการ ประยุกต์ ประหยัด ให้เกิดประโยชน์ ดังเช่นการนำมันสำปะหลังมาดัดแปลงเป็นอาหารวัวเพื่อลดต้นทุน เป็นต้น.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

สืบสานตำนาน “รำมวยโบราณสกลนคร” เชิดชูบรมครู ‘จำลอง นวลมณี’ต่อยอดมรดกไทยสู่หลักสูตรท้องถิ่น

"​สกลนคร"ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจและรอยยิ้มให้กับชาวสกลนครเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกลุ่มศิษยานุศิษย์ของ "คุณตาจำลอง นวลมณี" บรมครูแห่งศาสตร์และศิลป์มวยโบราณสกลนคร (บุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาการแสดงพื้นบ้านและนันทนาการ ประจำปี ๒๕๒๙) ผู้ริเริ่มประดิษฐ์คิดค้นท่า “รำมวยโบราณ” อันเป็นเอกลักษณ์ ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อต่อลมหายใจมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแขนงนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาและยั่งยืนอีกครั้ง ​จากจุดเริ่มต้นของการรวบรวมข้อมูลและจัดทำผังสาแหรกผู้สืบทอดวิชาในรุ่นต่างๆ ล่าสุด คณะศิษย์ที่ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง "ชมรมมวยโบราณสกลนคร" ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนและการรับรองจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร ให้เป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง พร้อมเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การแสดง “รำมวยโบราณ” ให้แก่นักเรียน...