สมัยก่อนถ้านึกถึง ย่านขายผ้า เชื่อว่ารุ่นพี่ ป้า น้า อา ต้องนึกถึง “ย่านพาหุรัด” แต่ที่นี่ไม่ได้มีมนต์เสน่ห์แค่ ขายผ้าหลากหลายสีสันเท่านั้น ยังเป็น “ลิตเติ้ลอินเดีย” แหล่งชุมชน วัฒนธรรม ประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน แม้สังคมเมืองได้วิวัฒนาการ ผ่านความเจริญเข้ามาหลายยุคสมัย แต่พาหุรัด ยังมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเก่าแก่อีกแห่งของเมืองกรุง

ต้องยอมรับว่า ย่านสะพานหิน-พาหุรัด- สำเพ็ง ที่มีอาณาเขตเชื่อมโยงความรุ่งโรจน์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมมาหลายยุคสมัย และกำลังกลายเป็นแม่เหล็กอีกแห่ง ที่เป็นแผนยุทธศาสตร์ของการท่องเที่ยวฯ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกชนชาติมาสัมผัส

ด้วยความที่เป็นย่านการค้าที่เก่าแก่ในกรุงเทพฯ อย่างพาหุรัด ที่เป็นแหล่งขายสินค้าเครื่องประดับ เสื้อผ้า ดอกไม้ สั่งตรงจากอินเดีย อาหารการกิน และถิ่นวัฒนธรรม ประเพณี อาคารที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม ใครมาสัมผัสย่านนี้ จะมีกลิ่นธูปหอมหวล ทุกซอก ทุกมุม ชวนเดินสัมผัสวิถีอินเดียแบบเก่าแก่ จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ที่เชิญชวนต่างชาติและคนไทยมาเยือนกัน

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในปี2567 นี้ เตรียมประกาศย่านพาหุรัด-คลองโอ่งอ่าง-สะพานเหล็ก เป็นย่านลิตเติ้ลอินเดีย เหมือนที่นักท่องเที่ยวไม่พลาดไปเยือนไซน่า ทาวน์ ที่ถนนเยาวราช เพื่อที่เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวอินเดีย ทั้งนี้ เนื่องจากว่าพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวอินเดีย ระดับกลางค่อนข้างมีเงินและมีการเดินทางมาไทยเพิ่มมากขึ้น ระหว่างนี้ทางททท. ได้พยายามสร้างภาพลักษณ์ให้กับการท่องเที่ยวไทย โดยพยายามดึงสาวอินเดียมาเที่ยวเพิ่มมากขึ้น

รายงานข่าวจากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. ปี 66 พบว่า 5 อันดันแรกที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไทยสูงสุดพบว่า อินเดียติดอันดับที่ 4 มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาไทยสูง 1.626 ล้านคน รองจากเกาหลีใต้ อันดับที่3 ส่วนอันดับ 2 จีน และอันดับหนึ่งคือ มาเลเซีย แชมป์เที่ยวไทยสูงสุดปีนี้

ดังนั้น ในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นว่าย่านพาหุรัด- คลองโอ่งอ่าง-สะพานเหล็ก มีกิจกรรมมากมาย แต่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ จัดขึ้นมาเป็น ลิตเติลอินเดียอย่างจริงจัง ถ้าหากมีการโปรโมทและดึงนักท่องเที่ยวมาย่านนี้กันเยอะๆ จะเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะว่าจะสามารถลดความแออัดจากย่านไซน่า ทาวน์ได้ระดับหนึ่ง และถือว่าเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ จะต้องมีการจัดอีเว้นท์ จัดกิจกรรมบันเทิงและวัฒนธรรมต่างๆให้มากขึ้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเดินทางมากันเยอะๆ อาทิ งานปีใหม่ ในสไตล์อินเดีย, จัดงานวาเลนไทน์,ในแบบอินเดีย ส่วนเดือนมีนาคม งานสาดสี และเดือนกันยายน วันคเณศจตุรกี งานดิวาลี เป็นต้น

เชื่อว่าอนาคต “ลิตเติ้ลอินเดีย” น่าจะเป็นจุดขายหนึ่งของกรุงเทพ ฯ เพราะว่าย่านดังกล่าวเป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้ามากมาย ผ้าหลากหลายสีสัน แต่ช่วงที่ผ่านมานักท่องเที่ยวเดินทางมา ยังไม่มากนัก ถ้าททท. หันมาสนับสนุน และโปรโมทกันเพิ่มขึ้น จะกลายเป็นขุมทองอีกแห่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาจับจ่าย ใช้สอยซื้อของกันคึกคัก เพราะมนต์เสน่ห์ ลิตเติลอินเดีย มีให้เลือกหลากหลายสีสัน








