Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดส่งท้ายปีแม่ค้าไก่ทอดหาดใหญ่ยอดหด น้ำท่วมนรา-ยะลา คนโดยสารรถไฟน้อย

ส่งท้ายปีแม่ค้าไก่ทอดหาดใหญ่ยอดหด น้ำท่วมนรา-ยะลา คนโดยสารรถไฟน้อย

-

ปริชาติ หวานสง แม้ค้าขายไก่ทอด สถานีรถไฟหาดใหญ่ เปิดเผย ธุรกิจไก่ทอดช่วงนี้ว่า ตลาดยังไม่ค่อยคึกคักมาก เนื่องจากผู้โดยสารรถไฟน้อย เกิดภาวะน้ำท่วมหนักที่จ.นราธิวาส และจ.ยะลา ทำให้ลูกค้าหายไประดับหนึ่ง ต่างจากช่วงปลายปีก่อนๆ ประชาชนเดินทางกลับบ้านกันเยอะในช่วงเทศกาล ยิ่งช่วงนี้รถไฟบริการสุดปลายทางแค่สถานียะลา ดังนั้น  แม่ค้าจะต้องขยันเดินขายบนรถไฟมากขึ้น เพื่อเข้าถึงลูกค้า

ถึงแม้ว่า  เรื่องของต้นทุนไก่สดแพงขึ้น แต่ราคาขายยังไม่ได้ปรับราคา มีตั้งแต่ราคาชิ้นละ 20-35 บาท ข้าวเหนียว 10 บาท วันหนึ่งๆขายได้มีกำไร 500-600 บาท พออยู่ได้ ซึ่งไก่ทอดหาดใหญ่ยุคนี้จะไม่ขายดีเหมือนสมัยคุณแม่ ญาติๆที่ขายกันเมื่อปี35 อีกแล้ว เพราะว่าปัจจุบันไก่ทอดหาดใหญ่มีขายกันทุกที่ ตั้งแต่ใต้จรดเหนือ ส่วนที่หาดใหญ่มีขายกันเกลื่อนเมือง ต่างจากสมัย 20-30 ปีก่อน ลูกค้าอยากทานไก่ทอดต้องมาหาซื้อกันที่สถานีรถไฟ จนสร้างชื่อเสียงรู้จักกันทั่วประเทศ

จุดเด่นของไก่ทอดหาดใหญ่ ตรงที่ไก่เนื้อนุ่ม รสชาติมีกลิ่นหอม ไม่ติดน้ำมัน ส่วนใครชอบรสเค็มน้อย เค็มมาก ล้วนแต่รสนิยมของปากแต่ละคนที่เลือกทานกัน ส่วนใหญ่สูตรเด็ดไก่ทอดมาจากรุ่นคุณแม่ คุณย่าตกทอดกันมานาน จนกลายเป็นเอกลักษณ์ อย่างแม่ค้าไก่ทอดยุคนี้ขายกันตั้งแต่สมัยคุณแม่มาถึงวันนี้ร่วม30ปีกว่า

ส่วนลูกๆจะมาให้ขายไก่ทอดอีกคงยาก เด็กยุคใหม่หันไปทำงานบริษัท ตามสายอาชีพที่เรียนมา อย่างเมื่อยุคก่อน คุณแม่เคยขายได้วันละ 15-20ตัว แต่วันนี้ตนทอดไก่ขายแค่ 5ตัว ถือว่าเยอะแล้ว อีกอย่างยุคนั้นแม่ค้าก็ไม่ได้มีมากมายเหมือนปัจจุบัน เหตุผลหนึ่ง น่าจะมาจากกำลังซื้อน้อย เศรษฐกิจไม่ดี มีแม่ค้าหันมาทอดไก่ขายกันมากขึ้น

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...