Google search engine
หน้าแรกสังคมทลายโกดังซุกซ่อนสินค้ายี่ห้อดังปลอม-เครื่องใช้ไฟ้าเถื่อนกว่าแสนชื้น

ทลายโกดังซุกซ่อนสินค้ายี่ห้อดังปลอม-เครื่องใช้ไฟ้าเถื่อนกว่าแสนชื้น

-

ตำรวจสนธิกำลังเข้าตรวจค้นโกดังพบสินค้ายี่ห้อดังปลอมและเครื่องใช้ไฟฟ้าลักลอบนำเข้าไม่มี มอก. จำนวนกว่าแสนชิ้น

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2566 พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายเทวา จุฬารี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 7 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ สนธิกำลังกับ นายเชวงศักดิ์ คำตา ผู้อำนวยการกองตรวจการมาตรฐาน 2 สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ศุลกากร นำหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรสาคร เข้าตรวจค้นโรงเก็บสินค้า (โกดัง) จำนวน 3 แห่ง ในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

ซึ่งจากการเข้าตรวจค้นพบมีการกระทำความผิด 2 โกดัง โดยพบสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องได้รับอนุญาตตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และต้องแสดงเครื่องหมายและหมายเลข มอก. บนตัวสินค้า ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่ามีเอกสารหลักฐานการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เช่น หม้อไฟฟ้าอเนกประสงค์ เตาย่างไฟฟ้า ไดร์เป่าผม และสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ บรรจุในกล่องเตรียมส่งให้กับลูกค้า ซึ่งสินค้าทั้งหมดมีคู่มือการใช้งานเป็นข้อความภาษาจีน

นอกจากนี้ยังพบสินค้าที่มีการปลอมเครื่องหมายการค้าอีกหลายรายการ เช่น รองเท้าปลอมยี่ห้อ ADIDAS NIKE กระเป๋าปลอมยี่ห้อ COACH อีกจำนวนมาก รวมจำนวนกว่าแสนชิ้น มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดสินค้าไว้เพื่อตรวจสอบและจะติดตามตัวเจ้าของสินค้ามาดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และพระราชบัญญัติศุลกากร อื่นๆอีกต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

พลิกผืนนาปลูก ‘ผักบุ้งซิ่ง’ ส่งขายร้านหมูกระทะ รายได้สุดปัง!

ท่ามกลางยุคสมัยที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากจำต้องหอบหิ้วความฝันเดินทางออกจากอ้อมกอดของบ้านเกิด มุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่เพื่อแสวงหาโอกาสและเข้าทำงานในโรงงาน แต่สำหรับ “โน๊ต - นายวัชรพล วังนุช” และ “ขิม - นางสาวกมลวรรณ แก้วกองนอก” สองสามีภรรยาวัยเพียง 25 ปี แห่งบ้านหนองคันชั่ง ตำบลพระแก้ว อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ พวกเขากลับเลือกเส้นทางชีวิตที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง . เส้นทางของพวกเขาไม่ได้เริ่มจากความสุขสบาย แต่เริ่มจาก “หัวใจที่รักบ้านเกิด” และความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวที่จะจับมือร่วมหัวจมท้าย สร้างอนาคตขึ้นด้วยสองมือของตัวเองโดยไม่ต้องจากคนที่รักไปไหน คำถามที่ทั้งคู่ตั้งขึ้นในใจก่อนเริ่มต้น...