หน้าแรกข่าวล่าสุดธุรกิจอาหารโต๊ะจีนกลับมาคึกคักแห่จองคิวจัดเลี้ยงฉลองปีใหม่

ธุรกิจอาหารโต๊ะจีนกลับมาคึกคักแห่จองคิวจัดเลี้ยงฉลองปีใหม่

-

ธุรกิจอาหารโต๊ะจีนกลับมาคึกคักเป็นพิเศษหลังโควิดเริ่มคลี่คลาย หลายพื้นที่จัดงานเลี้ยงจองคิวเพียบช่วงเทศกาลปีใหม่

นางเฉลา ดีพิมาย อายุ 66 ปี เจ้าของโต๊ะจีนรายหนึ่งในอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา บอกว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ มีลูกค้าโทรศัพท์มาจองโต๊ะจีนแล้วหลายงาน แต่รับได้เพียงแค่งานเดียว เพราะงานส่วนใหญ่จะเป็นงานที่กำหนดวันจัดที่ตรงกัน ซึ่งหากเปรียบเทียบกับช่วงที่โควิดระบาด โต๊ะจีนไม่มีงานเลยสักงาน เพราะทุกพื้นที่งดจัดงานเลี้ยง ทำให้ในช่วงนั้นไม่มีเงินจ้างงานลูกน้องเลย และตนมีลูกน้องหลายคน ต่างคนต่างต้องแยกย้ายกันทำอาชีพเสริมเพื่อให้มีรายได้ แต่หลังจากโควิดเริ่มคลี่คลายทำให้งานโต๊ะจีนเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง เริ่มมีงานตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะงานบุญ งานบวช หรืองานเลี้ยงเกษียณ มีงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

นางเฉลา กล่าวอีกว่า ราคาโต๊ะจีนจะเริ่มตั้งแต่โต๊ะละ 1,200-2,000 บาทแล้วแต่ลูกค้าต้องการ ยังคงเป็นราคาปกติอยู่ ส่วนเมนูอาหารจะเท่าเดิม เพราะหากจะปรับลดลง ก็กลัวจะเสียลูกค้า ส่วนราคาวัตถุดิบถึงแม้จะมีการปรับขึ้นบ้างบางรายการ แต่ตนก็ยังแบกรับภาระค่าวัตถุดิบไหวอยู่ จึงยังไม่ปรับขึ้น ซึ่งลูกค้าบางรายสั่งเพียงอาหารไปลงโต๊ะเองที่บ้าน ทางร้านก็จัดการให้ เพราะอย่างน้อยแม่ครัวก็สามารถทำอาหารขายได้ จะได้มีรายได้ไปเลี้ยงครอบครัว นับว่าธุรกิจโต๊ะจีนในปีนี้กลับมาคึกคักมากขึ้น เพราะเห็นหลายพื้นที่จัดงานเลี้ยงส่วนใหญ่จะเน้นสั่งอาหารโต๊ะจีน เพราะประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า

ทั้งนี้ยังสามารถสั่งอาหารตามงบที่มี แถมยังมีอาหารหลากหลายให้เลือกสั่ง และมีอุปกรณ์ต่างๆ เตรียมไว้ให้พร้อม ได้อิ่มอร่อยและลดขั้นตอนการจัดเตรียมงานเลี้ยงสังสรรค์ได้อย่างมาก จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับลูกค้าที่มีความต้องการจะจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ในช่วงเศรษฐกิจยังไม่ค่อยดีแบบนี้ ทำให้ธุรกิจโต๊ะจีนเริ่มฟื้นตัว มีรายได้เข้ามาดีกว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ/นครราชสีมา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...