หน้าแรกข่าวล่าสุดณวัฒน์ นำMIG ผงาดตลาดหุ้นส่งท้ายปี มั่นใจกำไร 100ล้าน เตรียมโครงการใหญ่ลุยปีหน้า

ณวัฒน์ นำMIG ผงาดตลาดหุ้นส่งท้ายปี มั่นใจกำไร 100ล้าน เตรียมโครงการใหญ่ลุยปีหน้า

-

วันนี้ (14 ธ.ค.) ที่ผ่ามา บมจ. มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประกอบธุรกิจพาณิชย์จากการประกวดนางงาม “มิสแกรนด์ไทยแลนด์” และ “มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล” ดำเนินธุรกิจการบริหารจัดการศิลปิน และจำหน่ายสินค้าต่างๆ พร้อมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคาIBO 1,039. 50 ล้านบาท โดยใช้ชื่อย่อในตลาดการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “MGI”

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ MAI  ต้อนรับบมจ. มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาด MAI ภายใต้กลุ่มอุปโภคและบริโภค โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า MGI ในวันที่ 14 ธันวาคมนี้

MIG ดำเนินธุรกิจพาณิชย์จากการประกวดนางงาม “มิสแกรนด์ ไทยแลนด์” และ “มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่แนล” ตลอดจนธุรกิจสื่อและบันเทิง ธุรกิจบริหารจัดการศิลปิน โดยมีสินค้าที่บริษทจัดจำหน่ายเป็นสินค้าอุปโภคและบริโภค อาทิ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและผิวกาย เครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์อาหาร ภายใต้ตราสินค้า MISS Grand Nang Ngam และ IMG  โดยมีสัดส่วนรายได้ร้อยละ75: 25 มาจากรายได้ธุรกิจพาณิชย์ และในงวด 9 เดือนที่ผ่านมา  บริษัทมองเห็นช่องทางสร้างรายได้จากธุรกิจพาณิชย์ การประกวดนางงาม ธุรกิจสื่อและบันเทิง ธุรกิจบริหารศิลปิน อยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีผลกำไร

MGI มีทุนชำระหลังการเสนอขาย 105 ล้านบาท มูลค่าตราหุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 150 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 60 ล้านหุ้น โดยเสนอขายต่อบุคคลดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ และผู้ลงทุนสถาบันการเงิน 45ล้านหุ้น ผู้มีอุปการคุณของบริษัท 9 ล้านหุ้น และพนักงานของบริษัท 6 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 4-7 ธันวามคมที่ผ่านมา ในราคาหุ้น 4.95 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 297 ล้านบาท  ขณะเดียวกัน จากการดำเนินธุรกิจ ในรอบ 12 เดือน  (1 ตุลาคม ปี 65 ถึง 30 กันยายน ปี 66 มีผลกำไร 88 .40 ล้านบาท

ด้านนายณวัตร อินสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า วันนี้นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ในวงการนางงามที่นำพาบริษัทมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ MAI ซึ่งตลอดระยะ 3 ปีที่ผ่านมา ทำงานหนักมาตลอด จนทำให้ MGI มีผลกำไรอย่างต่อเนื่อง และในปี 67 น่าจะมีโครงการใหม่ๆเกิดขึ้นอีกมากมายทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ ทั้งเรื่องจัดการประกวด การจัดอีเว้นท์ต่างๆ ซึ่งเป็นตัวรอง ส่วนแผนงานที่กำลังศึกษาอยู่  จะมีการจัดประกวดฯ ที่ประเทศฝรั่งเศส

 

หลังจากดูผลงานที่ชาวต่างชาติได้ทำไว้ดี พร้อมด้วยโครงการผลิตภาพยนตร์ จะจับมือค่ายหนังยักษ์ใหญ่  ปีนี้บริษัทวางเป้าหมายมีผลกำไรไว้ 100 ล้านบาท คาดว่าน่าเป็นไปตามที่วางแผนไว้ จึงอยากเชิญชวนนักลงทุนหันมาสนใจในตลาดหุ้นกันเยอะๆ ดีกว่านำเงินไปฝากธนาคาร หวังกินดอกเบี้ย

 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...