มวยไทย อีกหนึ่งมรดกโลก ที่ชาวต่างชาติรู้จักชื่อเสียงดี ถือว่าเป็นอาวุธประกายที่เก่าแก่ สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งภาครัฐได้จัดขึ้นทะเบียนมวยไทย เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ตั้งแต่ปี 2553 จะเป็นมาตรการสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดความตระหนักในคุณค่า การยกย่ององค์ความรู้และภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ
และให้วันที่ 6 กุมภาพันธ์ของทุกๆปี คือ ”วันมวยไทย” เพื่อที่ตอกย้ำความสำคัญของศิลปะป้องกันตัวแต่โบราณสู่การเป็น SOFT POWER ประจำชาติ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติที่สืบทอดมายาวนานตราบจนวันนี้

ชาตรี ศิษย์ยอดธง ประธานและซีอีโอ ค่ายวันแชมป์เปี้ยนชิพ
ล่าสุดภายใต้รัฐบาล “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ ดร.พิมล ศรีวิกรณ์ กรรมการการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ด้านกีฬา ได้เล็งเห็นว่ามวยไทยเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศที่ส่งออกไปทั่วโลก มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการถ่าทอดสด ,ไลฟ์สตรีมมิ่ง และอุปกรณ์กีฬาที่เกี่ยวข้อง ทั้งกางเกง เสื้อและอีกหลายอย่างที่น่าจะสร้างคุณค่าให้กับประเทศ
ดังนั้น จึงมีแนวทางผลักดันมวยไทยให้เป็น ”ซอฟต์พาวเวอร์” นั้น สิ่งแรกคือ เรื่องการเข้าเมือง กระทรวงต่างประเทศ เพราะมีนักมวยไทยหลายๆคนอยากไปสอนให้ต่างชาติ อยากไปตั้งค่ายมวยที่ต่างประเทศ แต่พอเดินทางไปต้องใช้วีซ่านักท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าผิดกฎการเข้าเมือง บางคนอยากไปอยู่6 เดือน หรือ1ปี เรื่องนี้ต้องอำนวนความสะดวก

บัวขาว บัญชาเมฆ
อย่างค่ายวัน แชมเปี้ยนชิพ มีไลฟสตรีมมิ่งทุกวันศุกร์ มีคนดูหลายร้อยล้านคน ถือว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ที่อยากจะเข้ามาสู่วงการนี้อีกหลักล้าน คนดูอาจมีติดต่อเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมมวยไทย ซึ่งในอนาคตอยากเห็นการมีรายได้เสริมให้กับคนที่อยากมีกิจกรรมร่วมมวยไทย อย่างเรื่องการท่องเที่ยวและที่สำคัญนักมวยไทย
สอดคล้องกับ ชาตรี ศิษย์ยอดธง ประธานและซีอีโอ ค่ายวันแชมป์เปี้ยนชิพ มองว่ากระแสมวยไทยที่ถ่ายทอดไปยัง 190 ประเทศ สามารถสร้างฐานผู้ชมให้ติดตามมวยไทยอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นประเทศแถบเอเชียอย่างจีน และประเทศแถบยุโรป จนทำให้มวยวัน มีกระแสยอดนิยมไม่แพ้กีฬายอดฮิต ฟุตบอล อเมริกันฟุตบอลและบาสเกตบอล ส่งผลให้ช่องทีวีดังๆทั่วโลกสนใจที่ซื้อลิขสิทธิ์ให้มวยบรรจุอยู่ในผังรายการกัน อย่างในเมืองไทย ทุกคืนวันศุกร์ที่มีการถ่ายทอดทางช่อง7 สี มวยสามารถดันเรตติ้งสูงไม่แพ้ละครไฟร์มไทม์

รถถัง จิตรเมืองนนท์
“เป้าหมายของเรา อยากสร้างฮีโร่คนเก่งในเมืองไทยกันเยอะๆให้ชาวโลกได้รู้จักกัน จึงเกิดแรงบันดาลใจให้คนต่างชาติได้หันมาสนใจกีฬามวยเกิดขึ้นทั่วโลก เพราะมวยเป็นศิลปะการต่อสู้ ที่มีความซื่อสัตย์ มีระเบียบวินัย เคารพในกติกา หากคนทั่วโลกสนใจมวยไทย ส่งผลให้ประเทศมีภาพลักษณ์ที่ดีควบคู่ไปด้วย อย่างน้อยเขาจะเห็นภาพลักษณ์เมืองไทย ชวนนักลงทุนมาไทยกันเยอะๆ อนาคตช่วยสร้างชื่อเสียงที่ดี เพราะมวยไทยคือมรดกของชาติ” บอสชาตรีกล่าว
ขณะเดียวกัน มองในแง่ธุรกิจกีฬามวย เป็นคอนเท้นต์กีฬายอดนิยม สามารถสร้างรายได้มหาศาล จากผู้ชมที่ติดตามดูรายการมวยผ่านช่องทางออนไลน์และทีวี โดยเฉพาะเมืองไทยมีนักชกดังๆที่เป็นฮีโร่ชาวต่างชาติ อย่างรถถัง ,ตะวันฉาย,ซุปเปอร์บอน มวยถือว่าเป็นคิงส์ ออฟ เดอะ คอนเทนต์ ที่คนทั่วโลกให้ความสนใจติดตาม ผ่านรายการกีฬาและข่าว เนื่องจากว่ามวยเป็นการถ่ายทอดจากเรื่องราวการต่อสู้ที่เป็นความจริง

ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย
แนวโน้มในอนาคตธุรกิจกีฬามวย ชาตรี มองว่า มูลค่าการตลาดน่าจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี คาดว่าอีก3-5 ปีเมืองไทย น่าจะมูลค่าสูงอีกหลายเท่าตัว เพราะมีคนสนใจติดตามดูมวยไทยที่ถ่ายทอดเพิ่มสูงขึ้น เพราะฉนั้นแบรนด์ต่างๆสามารถลงโฆษณาเข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้กว้างขึ้น
ส่วนเรื่องการท่องเที่ยว มวยไทยสามารถที่ดึงนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยเพิ่มขึ้น เพื่อมาเรียนมวยไทย ใช้ชีวิตเมืองไทยได้ยาวนานขึ้น หรือกลุ่มอยากดูกีฬาหมัดมวย รวมทั้ง ผลประโยชน์การตลาดเกี่ยวข้องกับมวย จะสร้างรายได้อย่างมหาศาล ซึ่งกิจกรรมการตลาดเหล่านี้ ล้วนนำมวยไทยที่เป็นกีฬาโดดเด่นของชาติ เป็นทุนทางวัฒนธรรมมาใช้ประโยนช์ได้มากมาย

ด้านแหล่งข่าวระดับสูง การกีฬาแห่งประเทศไทยมองว่า มวยไทยเป็นที่นิยมและรู้จักกันไปทั่วโลก ซึ่งเป็นทุนวัฒนธรรมที่มีมูลค่าทางสังคมสูง วันนี้ภาครัฐได้เดินหน้าสนับสนุนอย่างเต็มที่ เชื่อว่าอนาคตชาวต่างชาติ สนใจซื้อแพคเกจมาเรียนมวยไทย อย่างที่เปิดฟรีวีซ่าให้กับคนจีน เพื่ออำนวยความสะดวกกับนักท่องเที่ยว ที่สำคัญมวยไทยเป็นกีฬาอินเตอร์เนชั่นแนล
ไม่เพียงแค่นั้น ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ต่างประเทศ ยังสนใจสร้างหนังเกี่ยวข้องกับมวยไทย เป็นองค์ประกอบในเรื่อง ซึ่งที่ผ่านมาได้กระแสตอบรับความสนใจคอหนังไม่น้อย ซึ่งค่ายหนังเหล่านี้ ก็มาเลือกโลเกชั่นที่เมืองไทยถ่ายทำกัน โดยนำไปฉายทั่วโลกได้เห็นวัฒนธรรมแบบไทยๆผ่านทางภาพยนตร์

จากตัวเลขสถิติในปี 2561 พบว่าการท่องเที่ยวเชิงกีฬามีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่1.2 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็นเฉพาะตลาดมวยไทยมีมูลค่า1 แสนล้านบาท มีอัตราการเติบโต 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในปี 2562 คาดว่าตลาดมวยไทยจะเติบโตได้ที่ 10 เปอร์เซ็นต์ มี่ลค่ารวม 1.2 แสนล้านบาท หรือเทียบเท่ากับท่องเที่ยวเชิงกีฬา
วันนี้ “มวยไทย” อัญมณีสำคัญของประเทศที่ดังกระฉ่อนไปทั่วโลก จะนำเม็ดเข้าสู่ประเทศอย่างมหาศาล








