หน้าแรกข่าวล่าสุด6 อำเภอแถวแปดริ้ว เจอหมอกขาวโพน ชาวบ้านหวั่นอุบัติเหตุ

6 อำเภอแถวแปดริ้ว เจอหมอกขาวโพน ชาวบ้านหวั่นอุบัติเหตุ

-

หมอกลงหนาขาวโพนจนชาวบ้าน ผู้ปกครองบอกมองไม่เห็นรถ ไม่เห็นถนนใน 6 อำเภอ ท่าตะเกียบ สนามชัยเขต พนมสารคาม แปลงยาว ราชสาส์น บางคล้า ถนนหลวง304 แปลงยาว มุ่งหน้าเขาหินซ้อน ตำรวจฝากเตือนเปิดไฟรถพร้อมชะลอความเร็วหวั่นอุบัติเหตุ

เมื่อเวลา 06.30 น. วันอังคารที่ 12 ธันวาคม 2566 หลังกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมในหลายภูมิภาคของประเทศไทย มีกำลังอ่อน จะทำให้ประเทศไทยตอนบน มีหมอกในตอนเช้า ปรากฏว่า เช้าวันนี้ผู้สื่อข่าว ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน และผู้ปกครอง มีหมอกลงหนาขาวโพนจนชาวบ้าน ผู้ปกครองบอกมองไม่เห็นรถ ในหลายพื้นที่ ของ 6 อำเภอ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา คือ อำเภอ ท่าตะเกียบ สนามชัยเขต พนมสารคาม แปลงยาว ราชสาส์น บางคล้า จึงขับรถตรวจสอบ พบเป็นจริงตามรับแจ้ง

ทั้งนี้หมอกลงปกคุลุมขาวหนาแน่น ขณะคนเดินมาใกล้ยังมองกันแทบไม่เห็น ผู้ปกครองท่านหนึ่งคือพี่สันติ เป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยพนมจุดสนามชัยเขต บอกว่ากำลังจะไปส่งลูกที่โรงเรียนลาดกระทิง ปรากฏว่าหมอกลงมืดขาวมองไม่เห็นถนน ส่วนถนนหลวง 304 แปลงยาว มุ่งหน้า เขาหินซ้อน หมอกลงหนาขนาดเปิดไฟหน้ารถยังมองกันแทบไม่เห็น

ด้าน พ.ต.อ.ปรีชา นิสัยสม ผกก.สภ.แปลงยาว สั่งการให้ตำรวจสายตรวจจราจร สายตรวจรถยนต์ ร่วมดูแลงานจราจรทุกทางร่วม ทางแยก หากมีเหตุใดๆจะได้ช่วยดูแลทันท่วงที พร้อมฝากผู้สื่อข่าวช่วยประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผู้ใช้รถใช้ถนน ด้วยมีหมอกลงหนาจัดในช่วงนี้ ทั้งเช้า ค่ำ และใกล้สว่าง

ขณะที่อำเภอท่าตะเกียบนายสมวงค์ จันทรโชติ หัวหน้าอาสาสมัครชุดเฝ้าระวังช้างป่า บอกว่าหมอกที่ลงหนาขาวโพนชาวบ้านคนเฒ่าคนแก่ที่เตรียมจะไปทำบุญที่วัดด้วยวันนี้เป็นวันพระ พากันเดินจนมองแทบไม่เห็นทางพร้อมฝากแจ้งเตือนให้ชลอความเร็ว เพราะรถอาจชนช้างได้ ที่ อ.พนมสารคาม อ.บางคล้า อ.ราชสาส์น ชาวบ้านในหลายชุมชน บอกขับรถมองแทบไม่เห็นถนน พยามจะมองแนวเสาไฟก็มองไม่เห็น หมอกขาวหนาโพน ขับรถออกไปทำงาน ออกไปส่งลูกหลานที่โรงเรียน ไปตลาด ขนาดเปิดไฟ ก็ยังมองกันแทบไม่เห็น ต้องพากับขับช้าๆ

โดย…สราวุฒิ บุญสร้าง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคฉะเชิงเทรา

 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...