Google search engine
หน้าแรกสังคมติงมติบอร์ดค่าจ้างชงขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไม่สอดคล้องศก.-ค่าครองชีพ

ติงมติบอร์ดค่าจ้างชงขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไม่สอดคล้องศก.-ค่าครองชีพ

-

โฆษกรวมไทยสร้างชาติติงมติบอร์ดค่าจ้างเสนอปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไม่สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบัน พร้อมเสนอให้เพิ่มองค์ประกอบกรรมการพิจารณาให้หลากหลายกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ใช่มีแค่ไตรภาคี

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2566 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงมติคณะกรรมการไตรภาคีในการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ 2-16 บาทว่า สส.ของพรรครวมไทยสร้างชาติหลายคนเห็นว่า การประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในครั้งนี้ยังเป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องนำมาปรับปรุงแก้ไข เพราะต่ำกว่าที่ควรจะเป็นไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพราะค่าครองชีพสูงขึ้นอัตราเงินเฟ้อ หรือดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น การพิจารณาต้องสอดคล้องกับสิ่งเหล่านี้ด้วย และควรปรับขึ้นทุกปีคล้ายกับการขึ้นเงินเดือนของภาคเอกชนที่เป็นรายเดือน และข้าราชการที่สามารถชดเชยค่าครองชีพที่สูงขึ้นจริงหรือเหมาะสมกว่าที่ปรับค่าแรงขั้นต่ำที่ประกาศออกมา

นายอัครเดช กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในแต่ละครั้งควรมีหลักเกณฑ์กำหนดที่ชัดเจน เช่น ต้องดูอัตราดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อ การผันแปรของราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคนำมาประกอบการพิจารณาด้วยอย่างจริงจังมีมาตรฐาน ดังนั้น พรรครวมไทยสร้างชาติจะยื่นญัตติด่วนทันทีที่เปิดสมัยประชุมสภาฯ ถึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณา และทางพรรคจะเสนอว่า ต่อไปการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ นอกจากคณะกรรมการไตรภาคีแล้วจะต้องมีภาคส่วนอื่น ๆ เข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการพิจารณาร่วมกับคณะกรรมการไตรภาคีด้วย เช่น หน่วยงานที่ดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค หรือหน่วยงานที่ดูแลเรื่องอัตราเงินเฟ้อ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย ควรเข้ามาเป็นกรรมการพิจารณาด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่และค่าครองชีพที่แท้จริง

โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า การประกาศของคณะกรรมการไตรภาคีใช้หลักเกณฑ์เก่ามาพิจารณา ซึ่งใช้มาโดยตลอด แต่จากนี้ไปพรรครวมไทยสร้างชาติขอเสนอให้รัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์การพิจารณาใหม่

“ อัตราค่าแรงขั้นต่ำที่คณะกรรมการไตรภาคีเคาะออกมาอาจจะเปลี่ยนแปลงตัวเลขใหม่ได้ หากผู้มีอำนาจโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีพิจารณาว่า ไม่เหมาะสมจขอให้กระทรวงแรงงานกลับไปทบทวนใหม่ แต่ในส่วนของสส.ของพรรครวมไทยสร้างชาติอยากจะเสนอเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานว่า การพิจารณาในครั้งต่อไปต้องมีหลายภาคส่วนเข้ามาร่วมเป็นกรรมการพิจารณามากขึ้นกว่าในปัจจุบัน ไม่ใช่เฉพาะตัวกระทรวงแรงงานตัวแทนนายจ้างและตัวแทนลูกจ้างเท่านั้น”โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติกล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากอดีตข้าราชการป่าไม้ โค่นสวนยาง 40 ไร่ ปลูกทุเรียนกว่า 1,200 ต้น ริมเทือกเขาบรรทัด

จากอดีตข้าราชการป่าไม้ "นายสนิท องศารา" หรือ "ลุงหนิด" วัย 65 ปี ตัดสินใจโค่นสวนยางพารากว่า 40 ไร่สู่เจ้าของสวนทุเรียนขนาดใหญ่ในพื้นที่ ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง "ลุงหนิด" วัย 65 ปี บอกว่า  หลังเกษียณอายุราชการ ตัดสินใจโค่นสวนยางพารากว่า 40 ไร่เพื่อปลูกทุเรียน 4 สายพันธุ์...