หากย้อนมองตลาดเสื้อผ้ามือสองที่อยู่คู่กับวงการเสื้อผ้ามีมานานร่วม 20กว่าปี ยุคแรกตลาดเสื้อผ้ามือสอง จะนิยมซื้อขายกันแถวจังหวัดชายแดนใต้ ที่ปัตตานีและยะลาเป็น ที่นิยมวางจำหน่ายกันตามตลาดนัดชื่อดัง ริมทางรถไฟยะลา ตลาดนัดปาลัสและแถบตลาดนัดยะหริ่ง ส่วนใหญ่กลุ่มชาวสวน วัยรุ่น นักศึกษานิยมเลือกซื้อมาสวมใส่กัน โดยเฉพาะแฟชั่นเด็กใต้ยุคนั้น สวมใส่กางเกงยีนส์เก่าๆ เสื้อยืด เสื้อลายสก็อต ส่วนใหญ่เสื้อผ้าเหล่านี้เป็นของบริจาคประเทศมหาอำนาจ แล้วพ่อค้าหัวใสนำมาขายต่อ จนกลายเป็นธุรกิจใหญ่
เส้นทางเสื้อผ้ามือสอง จะลำเลียงมาจากทางเรือมาขึ้นฝั่งที่อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี และกระจายสินค้าไปขายตามตลาดนัดอำเภอใกล้เคียง อีกช่องทางหนึ่งจะมีพ่อค้ามาคัดแบรนด์ดังๆตามกระแสแฟชั่นนิยมนำไปแพ็กใส่กระสอบขึ้นรถไฟ รถทัวร์ เพื่อมาจำหน่ายย่านตลาดนัดสวนจัตุจักร จะได้ราคาดีสูง 2-3เท่าตัว พ่อค้าเหล่านี้จะมีเพียงไม่กี่ราย ยุคนั้นใครทำธุรกิจนี้จะร่ำรวยกันทั่วหน้า เพราะคู่แข่งในตลาดยังมีไม่มากนักเหมือนยุคปัจจุบัน
ส่วนบรรดาพ่อค้าในท้องถิ่น จะทำการเปิดกระสอบขายกันตามตลาดนัดที่ปัตตานีและยะลา และยังมีพ่อค้าอีกกลุ่มมาจากแถวสงขลา นครศรีธรรมราชมาคัดเสื้อไปขายต่อกันอีกทอดแถวตลาดในแต่ละท้องถิ่นจังหวัดตัวเอง อย่างราคาเสื้อเชิ้ตตกประมาณ 20-30บาท กางเกงยีนต์ตก 30ขึ้นบาท (ขึ้นอยู่กับสภาพและแบรนด์ดัง) ส่วนเสื้อยืด เมดอินอเมริกาตัวละ 10 บาทขึ้นไป
มีพ่อค้าบางคนลงทุนขึ้นรถไฟจากหาดใหญ่มาคัดเสื้อผ้ามือสองตามตลาดนัดแถวปัตตานี แต่ต้องทราบข้อมูลว่า ในตลาดมีการเปิดกระสอบใหม่เมื่อไหร่ เพราะว่ามีโอกาสเสี่ยงโชดที่จะได้ของดีกลับไป เพราะการเปิดกระสอบแต่ละครั้ง จะมีเสื้อผ้าแบรนด์ดังๆยอดนิยมคละอยู่ในกระสอบนั้นๆ อาจโชคดีซื้อมาราคา 20-30บาท แล้วนำไปขายในราคาหลักพันถึงหมื่นก็มี โดยเฉพาะกางเกงยีนส์ลีวายส์ ริมแดง รุ่นเก่าหายาก บางตัวราคาสูงมากถึงหลักหมื่นปลายๆ
ต้องยอมรับว่า ยุคนั้นเทคโนโลยียังไม่ทันสมัย ข้อมูลต่างๆเรื่องเสื้อผ้า แฟชั่นไม่มีใครรู้กัน ยิ่งพ่อค้าในท้องถิ่นต่างจังหวัด จะรู้แค่ราคาขายสินค้าเท่านั้น ส่งผลให้พ่อค้าต่างถิ่นที่เป็นแฟนพันธุ์แท้และรู้จักยี่ห้อดังๆ ว่าช่วงนี้แฟชั่นแบบไหนมาแรง และเป็นที่นิยมของลูกค้า จะมีข้อได้เปรียบในการเลือกหาสินค้ามือสองไปขาย
ช่องทางการขายในตลาดนัดเสื้อผ้า มือสองแถวปัตตานี จะมีแค่ร่มกันแดด ราวแขวนเสื้อผ้าโชว์ ตามตลาดนัดทั่วไป บางครั้งวางแบกะดิน ไม่มีการใส่ตู้โชว์ เหมือนร้านค้าแฟชั่นดังๆในเมือง ค่าเช่าถูกราว 20-30บาทต่อวัน แต่ต้องทนแดด ทนฝน พ่อค้าใช้เวลาขายแค่5-6ชั่วโมงปิดร้าน เก็บเสื้อผ้าใส่รถกะบะกลับบ้าน รอวันนัดต่อไปจะไปที่ไหนต่อ ส่วนตลาดนัดขายดี บางนัดไปขายแถวจ.สงขลา อ.สะเดา จะได้ราคาดีกว่าที่ปัตตานี เพราะมีลูกค้ากระเป๋าหนักจากหาดใหญ่ และนักศึกษานิยมมาหาซื้อเสื้อผ้าสวมใส่กัน
เสื้อผ้ามือสองจึงกลายเป็น แฟชั่นยอดนิยมของเด็กใต้มานาน ตามมหาวิทยาลัย วัยรุ่นตามโรงเรียนต่างๆนิยมสวมใส่กันจนกลายเป็นแฟชั่นเด็กแนว จึงเกิดกระแสบอกต่อแบบปากต่อปาก จะบอกเพื่อนๆไปเลือกหาซื้อกัน อีกอย่างพ่อค้าขายเสื้อผ้า ใจดี ต่อราคาถูกๆได้ดั่งใจสำหรับคนกระเป๋าไม่หนักมาก วัยรุ่นเหล่านี่เมื่อเรียนจบขึ้นมาต่อมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ จะนิยมใส่เสื้อผ้ามือสอง กางเกงยีนต์ดีๆ เสื้อเชิ้ต จึงกลายเป็นที่นิยมของเด็กเมืองกรุงง มองว่าเด็กใต้แต่งตัวดี เล่นของเก่ง (เลือกเสื้อผ้าที่ใส่เท่ยอดนิยม) มาสวมใส่ บางคนพาเพื่อนๆไปเลือกซื้อกันตามตลาดนัดจัตุจักรในวันเสาร์-อาทิตย์ ยุคนั้นเสื้อผ้าเหล่านี้มาจากทางภาคใต้
ถึงแม้ว่า มีคนกลุ่มหนึ่ง กลับมองว่าการเลือกเสื้อผ้ามือสองมาสวมใส่ อาจสกปรก ติดเชื้อโรคมา ส่งผลต่อสุขภาพ แต่กลุ่มผู้ใช้เสื้อผ้าบางคน เขาซื้อมาแล้วจะเอาไปต้มน้ำร้อน เพื่อฆ่าเชื้อ หรือแช่น้ำยาฆ่าเชื้อก่อนซัก แล้วนำไปตากแดด ดูสวยงามไม่แพ้แบรนด์ดังที่ซื้อจากห้างสรรพสินค้าราคาหลักพัน ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ มองว่าสิ้นเปลือง
ขณะเดียว กลับมาย้อมมองยุคนี้ เสื้อผ้ามือสองกลายเป็นแฟชั่นยอดฮิต ติดลมบนในกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานไปแล้ว บางคนไปคัดเสื้อตามตลาดต่างๆ อย่างแหล่งใหญ่อยู่ที่ ห้างพันทิป งานวงศ์วาน ตลาดพันทิปบางกะปิ ตลาดปัฐวิกรณ์ ตลาดสมุทรปราการ ตลาดย่านปทุม และตลาดนัดจัตุจักร อีกทั้ง พ่อค้าบางคนมาเลือกเสื้อผ้ามือสองเหล่านี้ไปวางขายกันตามตลาดนัดเลียบทางด่วน ช่วงกลางคืน, หรือตามแหล่งธุรกิจต่างๆย่านสีลม สาธร และอื่นอีกมากมาย
ยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซา คนเริ่มประหยัดค่าใช้จ่าย หันมาจับจ่ายซื้อเสื้อผ้ามือสองสวมใส่กันในราคาถูกกว่าแบรนด์ดังๆที่ขึ้นห้าง แถมมีให้เลือกตามใจชอบ ราคาตั้งแต่20 บาทจนถึงหลักร้อย หลักพัน สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะ และเลือกซื้อหาได้ตามความต้องการ เรื่องคุณภาพมีทั้งดีและไม่ดี ตามสภาพ ชนิดตาดีได้ ตาร้ายเสีย
ดังนั้น ในยุคนี้เสื้อผ้ามือสองกำลังกลายเป็น “ขุมทองพ่อค้าหน้าใหม่” ที่ซื้อมาจัดแพ็คเอง บรรจุเข้ากระสอบขายกันราคาหลักหมื่นต่อกระสอบ (ขึ้นอยู่กับสภาพเสื้อผ้าเกรดไหน) ซึ่งการเลือกเสื้อผ้าที่นิยมกันมีอยู่ 3 เกรด คือ น้ำหนึ่ง (เปิดกระสอบครั้งแรก) น้ำสอง (เสื้อผ้าถูกคัดเลือกของดีไปแล้วในรอบแรก) ราคาขายลดลงมา และน้ำสาม (วางขายหน้าร้านแล้วของยังคงเหลือขายไม่หมด) ราคาขาย10-20 บาทต่อตัว (เสื้อยืด เสื้อกันหนาว) และน้ำสุดท้ายขายไม่ออกจะนำไปบริจาคบ้าง หรือซื้อมาเทกระสอบกองขายกันราคา 5 บาท
ปัจจุบันแหล่งใหญ่ เสื้อผ้ามือสอง จะมาจากช่องทางตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว และแถวจังหวัดแดนใต้ที่พ่อค้านิยมไปหามาขายกัน ผ่านหน้าร้าน เช่าพื้นที่ตามห้าง หรือช่องทางใหม่ ขายออนไลน์ที่กำลังมาแรง สร้างความร่ำรวยให้พ่อค้าไปแล้วหลายคน แค่เลือกของเก่าๆ ดูสินค้าเป็น และมีการเล่าเรื่องราวเสื้อผ้าได้ดี ใช้ผ้าประเภทไหน รอยตัดเย็บตะเข็บอย่างไร ผลิตมาจากยุคไหน ของเก่าแท้หรือไม่ ตามเทรนเสื้อผ้าวินเทจ ที่วงการแฟชั่นนิยมกัน ความได้เปรียบพ่อค่าแถวโรงเกลือคือต้นทุนการขนส่ง บางรายเมื่อสั่งซื้อสินค้าแล้วจะเอาของมาวางให้ถึงหน้าร้าน ไม่ต้องเดินทางไปเลือกเสื้อผ้าเองไกลถึงสระแก้ว แต่พ่อค้าผ้าเหล่านี้มาเปิดกระสอบเองอีกช่วงหนึ่งที่กรุงเทพฯ
ไม่แปลกใจว่า ตลาดเสื้อผ้ามือสองในไทย ยังมีโอกาสที่เติบโตอีกเยอะ ในยุคคนไทยเริ่มรัดเข็มขัดกัน จนกลายเป็นธุรกิจดาวรุ่งที่กำลังมาแรง อย่างน่าจับตา








