Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดพ.ร.บ. อากาศสะอาด บูรณาการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ความหวังของคนไทย

พ.ร.บ. อากาศสะอาด บูรณาการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ความหวังของคนไทย

-

อีกหนึ่งเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาล “เศรษฐา 1” ต้องเร่งมือแก้ปัญหาที่กำลังมาถึงขณะนี้และเป็นเรื่องใกล้ตัวของคนไทยมากที่สุด คือ “หมอกควัน-ฝุ่นพิษ PM2.5” ที่หาทางออกกันมาตั้งแต่ปี 2562 จนเปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลชุดนี้จึงได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์กับเขาบ้าง หลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 รวมถึงแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศเพื่อความยั่งยืน หรือ “บอร์ดฝุ่นชาติ” เพื่อเร่งรัดจัดทำแผนและกำหนดมาตรการเพื่อลดฝุ่นควัน PM2.5 อย่างเป็นระบบ และบูรณาการหน่วยงานภาครัฐให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมถึงประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการแก้ปัญหาหมอกควัน ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็ว

ความคืบหน้าของ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ดังกล่าว นับเป็นข่าวดีสำหรับคนไทยที่จะได้รับสิทธิ์ในการมีอากาศบริสุทธิ์สำหรับหายใจ ในช่วงที่ฝุ่นพิษ PM2.5 กำลังแพร่กระจายอีกครั้งในรอบปี เมื่อดูจากโครงสร้าง “บอร์ดฝุ่นชาติ” แล้ว เห็นการทำงานแบบองคพยพ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เดินหน้าขับเคลื่อนเชิงนโยบายและเชิงวิชาการ และการบริหารจัดการเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยมีการกำหนดมาตรการควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิดที่ก่อให้เกิดมลพิษทุกรูปแบบ ตั้งแต่โรงงานอุตสาหกรรม สถานประกอบการ เกษตรกรรม การก่อสร้าง การคมนาคมและขนส่ง ตลอดจนการเผาในที่โล่ง การเผาป่า การเผาในไร่-นา หมอกควันข้ามแดน รวมถึงมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในแต่ละพื้นที่

ที่สำคัญ (ร่าง) กฎหมายฉบับนี้ ยังมีเครื่องมือหรือมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ ที่สนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ รวมถึงประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมรับผิดชอบ และมีบทบาทหน้าที่ในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศร่วมกัน คู่ขนานไปกับการหารือกับรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) จะช่วยแก้ปัญหาแบบองค์รวม เห็นการบูรณาการทั้งมาตรการและแนวทางกฎหมายแล้ว จึงอยากให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ในเร็ววัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำของคนเมืองกับคนในพื้นที่ห่างไกลให้ได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน ลดสาเหตุของปัญหา หาแนวทางป้องกัน และการเยียวยา ให้เหมาะสมกับปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตระหนักดีว่าปัญหาฝุ่นพิษในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เกิดจากการเผาไหม้ซ้ำซากและไฟป่า ที่เกิดจากฝีมือมนุษย์เกือบ 100% โดยเฉพาะในพื้นที่ 10 ป่าอนุรักษ์ 10 ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่การเกษตร จึงมีเป้าหมายลดพื้นที่ไฟไหม้ให้ได้ 50 % จากปี 2566 โดยมีแผนตรึงพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า ควบคู่กับการจัดระเบียบการเก็บของป่า เช่น ผักหวาน เห็ดถอบ หน่อไม้ ที่ต้องทำงานร่วมกับชาวบ้านและหมู่บ้านมาร่วมดับไฟป่า ก็จะช่วยลดปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่ไทยยังคงเดินหาหารือกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งสปป.ลาวและเมียนมาภายใต้ “ยุทธศาสตร์ฟ้าใส” ซึ่งมีการหารือกันในทุกมิติ และล่าสุดได้มีการแลกเปลี่ยนแนวทางการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนกับ สปป.ลาว และได้ตอบรับอย่างดีในการดำเนินยุทธศาสตร์ร่วมกัน เพื่อลดปัญหาสุขภาพของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ

อย่างไรก็ตาม ภาครัฐต้องให้ข้อมูลกับภาคประชาสังคมตามข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ถึงต้นเหตุของหมอกควัน-ฝุ่น PM 2.5 ให้สอดคล้องกับการกล่าวถึงในระดับสากล เช่น จากภาคการขนส่ง-ยานยนต์ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร การเผาป่า เพื่อดึงคนไทยให้ยืนยืนอยู่บนจุดยืนที่ถูกต้อง ไม่หลงเชื่อไปกับการชี้นำว่าต้นเหตุหลักของหมอกควันมาจากภาคอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หนึ่งในวัตถุดิบหลักของสูตรอาหารสัตว์ ซึ่งความต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและราคาดี จึงเป็นแรงจูงใจให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่า เพื่อปลูกข้าวโพดมากขึ้น โดยเฉพาะในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

สำหรับภาคอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ บริษัทขนาดใหญ่ได้ริเริ่มนำระบบตรวจสอบย้อนกลับมาใช้ในการจัดซื้อข้าวโพดเลี้ยง (Corn Traceability) มาใช้กันบ้างแล้ว โดยหลักการจะรับซื้อเฉพาะข้าวโพดจากเกษตรกรที่มีเอกสิทธิ์เท่านั้น เพื่อยืนยันว่าไม่ได้มาจากการบุกรุกพื้นที่ป่า มีการปลูกตามหลักวิชาการ ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยว ปลอดจากการเผา เป็นต้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาล “เศรษฐา” ตัองผลักดันให้มีการนำระบบดังกล่าวมาใช้ให้แพร่หลายมากขึ้น เน้นการตรวจสอบอย่างโปรงใสโดยมีภาครัฐเป็นผู้กำกับดูแล เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อและผู้บริโภค ว่า ได้รับอาหารที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษกับสิ่งแวดล้อม

รัฐบาลควรเร่งจัดทำแผน Zoning การปลูกพืชให้เหมาะกับดิน สภาพแวดล้อมและปริมาณน้ำในพื้นที่ เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุดช่วยเพิ่มรายได้ รวมถึงการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านทั้งลาวและเมียนมา เพื่อหาจุดร่วมทางเศรษฐกิจที่สมประโยชน์ซึ่งกันและกัน จะนำไปสู่การแก้ปัญหาแบบบูรณาการและยั่งยืน ให้เห็นผลการแก้ปัญหาในแผนระยะสั้นภายใต้การบริหารจัดการอของรัฐบาลชุดนี้

โดย…บดินทร์ สิงหาศัพท์ นักวิชาการอิสระด้านสิ่งแวดล้อม

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...