Google search engine
หน้าแรกเกษตรรอบบ้าน'รมช.ไชยา'เปิดงานประกวดโคเนื้อปศุสัตว์กำแพงแสน

‘รมช.ไชยา’เปิดงานประกวดโคเนื้อปศุสัตว์กำแพงแสน

-

รัฐมนตรีช่วยฯ ไชยา เปิดงานประกวดโคเนื้อปศุสัตว์กำแพงแสน แนะ พัฒนาสายพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์โคเนื้อที่ดีตรงความต้องการตลาด

นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานประกวดโคเนื้อปศุสัตว์กำแพงแสน ประจำปี 2566 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ อาคารอารีน่า ศูนย์สาธิตการผลิตโคเนื้อครบวงจร(คาวบอยแลนด์) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

สำหรับงานประกวดโคเนื้อปศุสัตว์กำแพงแสนเป็นการจัดการประกวดโคในระดับสากล เพื่อให้เกษตรกรได้มีการพัฒนาสายพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์โคเนื้อที่ดี เป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการผลิตเนื้อในประเทศไทย อีกทั้งเป็นการส่งเสริมองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกร เพื่อการต่อยอดกระบวนการเลี้ยงโคเนื้อของตนเองอย่างยั่งยืนต่อไป ในโอกาสนี้ รมช.ไชยา ได้มอบโล่รางวัลชนะเลิศ ประเภทโคยอดเยี่ยม จำนวน 3 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศการประกวดโคลูกผสมบีฟมาสเตอร์ รางวัลชนะเลิศการประกวดโคลูกผสมชาโรเลส์ และรางวัลชนะเลิศการประกวดโคลูกผสมบราห์มัน

รมช.ไชยา กล่าวว่า การประกวดโคเนื้อกำแพงแสนในครั้งนี้ เป็นการร่วมมือกันระหว่างภาคการเกษตรทั้งภาครัฐและเอกชนในการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเทคนิควิธี ความรู้ด้านวิชาการในการพัฒนาสายพันธุ์ ซึ่งถือเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย ในการพัฒนาต่อยอดสายพันธุ์โคเนื้อของตนเองให้ตรงต่อความต้องการของตลาด และสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น ต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...