Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด50 ผู้ประกอบการไทยตะลุย "ลั่วหยาง"หวังปัดหมุดธุรกิจไทยในจีน

50 ผู้ประกอบการไทยตะลุย “ลั่วหยาง”หวังปัดหมุดธุรกิจไทยในจีน

-

สมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีนผนึกหอการค้าไทยในจีนนำผู้ประกอบการไทยกว่า 50 ชีวิตตะลุยเมืองลั่วหยาง หวังปักหมุดธุรกิจไทยในจีน เตรียมนำร่องธุรกิจบริการร้านอาหารเพื่อให้คนจีนเข้าถึงอาหารไทยมากขึ้น

ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีนและรองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีนกล่าวภายหลังนำคณะผู้ประกอบการไทยกว่า 50 รายไปโรดโชว์เมืองหลั่วหยาง สาธารณประชาชนจีน โดยระบุว่าลั่วหยางเป็นเมืองเศรษฐกิจอันดับ 2 ของมณฑลเหอหนาน มีประชากรประมาณ 100 ล้านคน และเป็นเมืองที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ส่งผลทำให้ลั่วหยางมีอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงมาก

“จีนตั้งเป้าเติบโตที่ 5% แต่ลั่วหยางโตตั้ง 17% นั่นหมายถึงศักยภาพและโอกาส ลั่วหยางเป็นเมืองเศรษฐกิจใหม่ในด้านอุตสาหกรรมและด้านบริการ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวที่นี่มีศักยภาพมาก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์สำคัญของจีนเยอะมาก เช่นพระพุทธรูปถ้ำผาหลงเหมินเก่าแก่ที่สุดและเป็น 1 ใน 3 ถ้ำผาที่สวยที่สุดของประเทศจีน หรือวัดเส้าหลิน ศาลไคฟง เปาวุ่นจิ้นก็ตั้งอยู่ที่นี่”อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีนระบุ

ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน

ดร.ไพจิตร เผยต่อว่าจะเห็นว่าแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากนอกพื้นที่เข้ามาเที่ยวเมืองลั่วหยางเป็นจำนวนมากประมาณ 100-200 ล้านคนต่อปี หรือเกือบสองเท่าของพลเมืองประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นมิติทางด้านเศรษฐกิจที่ได้รับประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองลั่วหยาง ยังไม่นับรวมเทศกาลดอกโบวตั๋นที่จัดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมเป็นประจำทุกปี ขณะเดียวกันการนำศิลปะการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยไปจัดแสดงถือเป็นซอฟพาวเวอร์(Soft Power)ไทยในการปูไปสู่การทำธุรกิจที่นั่นได้เป็นอย่างดี

“ที่ลั่วหยางมีโรงละครใหญ่เป็นส่วนหนึ่งของอินเตอร์เนชั่นแนลพลาซ่าที่ซีพี.ได้สร้างขึ้น เป็นห้างฯใหญ่โมเดิร์นที่สุดแห่งหนึ่งในลั่วหยาง ตั้งอยู่ใจกลางย่านเมืองใหม่ ถ้าเราใช้ที่นี่เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนวัฒนธรรนมไทย-จีน มีร้านอาหารไทย มีนวดแผนไทย หรือธุรกิจที่สะท้อนถึงความเป็นไทยคิดว่าคงไปได้ดี ยิ่งเรามีพี่ใหญ่อย่างซีพี.คอยให้การสนับสนุน มีเวทีพร้อมให้พวกเราเล่นก็น่าจะเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ประกอบการไทย”อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีนกล่าว และย้ำว่า

ส่วนผู้ประกอบการไทยรายใดสนใจ และจะไปทำธุรกิจในรูปแบบใดขึ้นอยู่กับความพร้อมของเจ้าของธุรกิจนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์ท้องถิ่น ตั้งตัวแทนจัดจำหน่ายหรือเช่าสถานที่ดำเนินกิจการเอง แต่ไม่ว่าจะดำเนินธุรกิจในรูปแบบใด ทางสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีนและหอการค้าไทยในจีนยินดีให้คำปรึกษาแนะนำน พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

“ทั้งสมาคมฯและหอการค้าไทยในจีนยินดีอยู่แล้วครับในการเป็นพี้เลี้ยงให้กับผู้ประกอบการไทยหรือนักลงทุนไทยในจีน ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของเราที่ดำเนินการมาโดยตลอด เพราะเราอยากเห็นผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะเอสเอ็มอี มีโอกาสและทรัพยากรที่จำกัดได้ไปเริ่มตั้งต้นเติบโตในเมืองจีนอย่างถูกต้อง” ดร.ไพจิตรกล่าว

ขณะที่ นายอินทัช มหัทธนารักษ์ ผู้บริหารบริษัท ธัญทัช อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปพร้อมเครื่องปรุงตรา”เครื่องต้น”หนึ่งในคณะผู้ประกอบการไทยที่เดินทางไปเมืองลั่วหยางครั้งนี้กล่าวว่ารู้สึกประทับใจที่คนจีนและรัฐบาลจีนให้การร่วมมือและยินดีที่สนับสนุนผู้ประกอบการไทยไปทำธุรกิจในประเทศจีน ซึ่งจะทำให้คนจีนได้รู้จักอาหารไทยมากขึ้น

“ผมว่ามีโอกาสครับ ตอนก้าวเท้าลงที่เมืองลั่วหยาง ภาพเรกที่ผมเห็นคือยังไม่ค่อยมีสินค้าไทยหรือสินค้าอิมพอร์ทมาจากหลาย ๆ ประเทศ คิดว่าธุรกิจที่เกี่ยวกับต่างประเทศในลั่วหยางยังไม่ได้บูมเหมือนเมืองใหญ่อื่น ๆ ในจีน ถ้าเราเป็นเจ้าแรก ๆ ที่เข้าไปผมมองว่ามันจะเป็นโอกาสที่ดีมาก จะทำให้คนจีน รู้จักสินค้าไทย อาหารไทย วัฒนธรรมไทยมากขึ้น เพราะลั่วหยางเป็นเมืองใหญ่มากธุรกิจเหล่านี้น่าจะไปได้ดี” บอสใหญ่ธัญทัช อินเตอร์เทรด กล่าวทิ้งท้าย

โดย..สุรัตน์ อัตตะ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...