Google search engine
หน้าแรกเกษตรรอบบ้านเลี้ยงผึ้งชันโรงในสวนยาง แมลงเงินล้าน สร้างรายได้ที่ไม่จิ๋ว

เลี้ยงผึ้งชันโรงในสวนยาง แมลงเงินล้าน สร้างรายได้ที่ไม่จิ๋ว

-

ที่บ้านธารไม้แก้ว ฟาร์มผึ้งชันโรง หรือ เจนลี่ฟาร์ม (JANELY FARM) ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นพื้นที่สวนยางพารา กว่า 60 ไร่ ของ “คุณอภิญญา รัตนสุขใส”และสามี ได้ปรับพื้นที่เล็กๆ 4-5 ไร่ ในการเลี้ยงผึ้งชันโรงพันธุ์อิตาม่า มีรังกว่า 70 รัง ในการเลี้ยงเพื่อขยายตลาด และสร้างอาชีพให้กับครอบครัว ตลอดทั้งเป็นต้นแบบให้กับเกษตรกรชาวสวนยางพาราภาคใต้ได้ศึกษานำไปต่อยอดในการประกอบอาชีพควบคู่กับการทำสวนยางพาราที่ราคายังตกต่ำ

คุณอภิญญา รัตนสุขใส เจ้าของเจนลี่ฟาร์ม เล่าว่า ชันโรง หรือ ที่รู้จักกัน คือ ผึ้งจิ๋ว ถือเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม เป็นตัวในการผสมเกสรให้พืชติดผลผลิตมากขึ้น ชันโรง เป็นแมลงผสมเกสรตัวเล็กจิ๋ว จัดอยู่ในจำพวกผึ้งแต่ไม่มีเหล็กในเหมือนผึ้ง โดยน้ำหวานและเกสรของชันโรงมีราคาแพงกว่าน้ำผึ้งทั่วไป เพราะรังของชันโรงหายากและมีปริมาณน้ำหวานน้อย และมีความเชื่อกันว่าน้ำผึ้งชันโรงมีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีสารของฟลาโวนอยด์ (Flavonoids)

ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ต้านเชื้อโรค ยับยั้งการเติบโตของเชื้อราและจุลินทรีย์ได้ รวมไปถึงยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย คุณลักษณะทั่วไปของน้ำผึ้งชันโรง จะมีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน มีสรรพคุณทางยาสูงกว่าน้ำผึ้งปกติถึง 2 เท่า ซึ่งเกิดจากกระบวนการหมักทางธรรมชาติ รสชาติจะต่างตามชนิดสายพันธุ์และชนิดดอกไม้ที่เป็นแหล่งอาหาร จึงเป็นที่ต้องการของคนรักสุขภาพ

คุณอภิญญา เล่าต่อว่า ตนได้เริ่มทำฟาร์มผึ้งชันโรงในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา หลังจากสามีเกษียณอายุการทำงานจากประเทศจีน จึงได้กลับมา อ.เบตง บ้านเกิด และมีเพื่อนบ้านให้ลองชิมน้ำผึ้งชันโรงเลยชื่นชอบ และสนใจที่จะเลี้ยงผึ้งชันโรง และศึกษาตามโซเชียลช่องทางต่างๆ โดยเริ่มจากซื้อรังผึ้งชันโรงจากเกษตรกรที่เลี้ยงก่อนหน้านี้ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 80 รัง โดยเฉพาะผึ้งชันโรงสายพันธุ์อิตาม่า

เนื่องจากมีความขยันที่จะผลิตน้ำหวานและดูแลง่าย ไม่มีพฤติกรรมการทิ้งรัง ไม่เลือกตอมดอกไม้ที่ชอบ ไม่ดุร้ายหรือไม่ต่อ รัศมีการบินหากินไม่เกิน 3,000 เมตร มีสัดส่วนในการเก็บเกสร ร้อยละ 80 และน้ำต้อย ร้อยละ 20 สามารถเลี้ยงแบบอยู่กับที่หรือเคลื่อนย้ายได้ ทนต่อสภาพการปิดรังได้นานนับ 10 วัน เพื่อการเคลื่อนย้ายรังไปหาอาหาร

การเลี้ยงแต่ละรังมีอายุไม่ต่ำกว่า 10 ปี มีพฤติกรรมการเก็บยางไม้ น้ำผึ้งที่ได้จากชันโรงมีคุณสมบัติทางยาได้ จึงได้นำมาเลี้ยงบริเวณบ้านในสวนยางพารา พร้อมปลูกพืชต่างๆ ทั้งไม้ดอก ไม้ผล ช่วยผสมเกสรพืชทางการเกษตรได้ดี มีการปลูกไม้ดอกหลากสีที่ชันโรงชื่นชอบ เพื่อสะดวกต่อการบินหาอาหารในรัศมีไม่ไกลจากแหล่งที่อยู่อาศัยมากนัก สามารถเก็บน้ำหวานไปขายได้ 4-5 ครั้ง ต่อปี ได้บริมาณรังละ 2 กิโลกรัมต่อปี

ตอนนี้ได้เริ่มวางจำหน่ายบ้างแล้ว เป็นผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP กลุ่มเลี้ยงผึ้งชันโรงธารไม้แก้ว จำหน่ายฃที่ศูนย์ One Stop Service อาณาจักรของฝากเมืองเบตง ที่โรงเรียนอนุบาลเบตง (สุภาพอนุสรณ์) โดยจำหน่ายขวดละ 385 บาท หากปริมาณ 1 กิโลกรัม ขายกิโลกรัม 750- 900 บาทซึ่งในอนาคตจะมีการส่งออกไปยังประเทศจีน เชื่อว่าจะทำให้มีราคาเพิ่มขึ้นเท่าตัว ผู้สนใจน้ำผึ้งชันโรง ติดต่อได้ที่คุณอภิญญา 080-0721929

โดย…เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

สืบสานตำนาน “รำมวยโบราณสกลนคร” เชิดชูบรมครู ‘จำลอง นวลมณี’ต่อยอดมรดกไทยสู่หลักสูตรท้องถิ่น

"​สกลนคร"ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจและรอยยิ้มให้กับชาวสกลนครเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกลุ่มศิษยานุศิษย์ของ "คุณตาจำลอง นวลมณี" บรมครูแห่งศาสตร์และศิลป์มวยโบราณสกลนคร (บุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาการแสดงพื้นบ้านและนันทนาการ ประจำปี ๒๕๒๙) ผู้ริเริ่มประดิษฐ์คิดค้นท่า “รำมวยโบราณ” อันเป็นเอกลักษณ์ ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อต่อลมหายใจมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแขนงนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาและยั่งยืนอีกครั้ง ​จากจุดเริ่มต้นของการรวบรวมข้อมูลและจัดทำผังสาแหรกผู้สืบทอดวิชาในรุ่นต่างๆ ล่าสุด คณะศิษย์ที่ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง "ชมรมมวยโบราณสกลนคร" ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนและการรับรองจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร ให้เป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง พร้อมเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การแสดง “รำมวยโบราณ” ให้แก่นักเรียน...