หน้าแรกเศรษฐกิจทั่วไทยแอบมอง 'BENTLEY'คันละ 17 ล้าน รถหรูแพงสุดงาน MOTOR EXPO

แอบมอง ‘BENTLEY’คันละ 17 ล้าน รถหรูแพงสุดงาน MOTOR EXPO

-

งานมหกรรมยานยนต์ที่ยิ่งใหญ่ MOTOR EXPO 2023 จัดขึ้นในช่วงปลายปีของทุกๆปี ซึ่งถือว่าเป็นงานแสดงยานยนต์ระดับประเทศ ที่อยู่คู่กับวงการยานยนต์มายาวนานถึง40ปี ปีนี้มีรถยนต์จากค่ายดังแถบเอเชียและยุโรปมาร่วมออกบูธโชว์กันอย่างคึกคัก มีรถพลังไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆสอดรับโลกยุคใหม่ของการขับขี่ ซึ่งค่อนข้างได้รับความสนใจจากผู้บริโภคสูง สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจไทยกำลังไปได้ดี หลังจากก่อนหน้านี้บรรดาคอรถยนต์เจอผลกระทบจากพิษโควิทมาพักใหญ่

ถึงกระนั้น บรรดารถหรูจากยุโรป BENTLEY นำเข้าจากประเทศอังกฤษ เพิ่งเปิดตัว รถราคาระดับ 15.7 ล้านบาท และสีขาวราคา17.8 ล้าน(เครื่องไฮบริค) ในประทศไทยมีเพียง 2คัน ถือว่าแพงสุดในงานนี้ ถ้าเป็นเครื่องv8 ราคา27 ล้าน (ไม่มีจำหน่ายในเมืองไทย) สำหรับ BENTLEY สีขาวทั่วโลกมีเพียงมีแค่300คัน ตอนนี้ในเมืองไทยจองไปแล้ว 1 คัน ซึ่งต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศอย่างน้อย 8-10 เดือน กว่าที่รับรถได้

มาดูค่ายรถยนต์ สัญชาติเยอรมัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ s-class S 580 ตระกูล ลักซูรี่ Maybach งานนี้นำรถออกแบบสีพิเศษ สีขาว-ดำ ราคา11ล้านบาท (ผลิตในไทย) แต่นำเครื่องยนต์และอุปกรณ์จากต่างประเทศมาประกอบในไทย ตอนนี้กำลังเป็นที่ตอบรับในตลาดค่อนข้างดี ราคาบางรุ่นแค่8-9ล้าน กรณีถ้าหากนำเข้ามาจากต่างประเทศสูงถึงคันละ 18 ล้านบาทต่อคัน เนื่องจากเจอกำแพงภาษีที่สูง รุ่นนี้เพิ่งแค่เปิดตัวมาได้เดือนกว่า สามารถทำยอดขายไปแล้ว 15-17คัน

ส่วนค่ายปอร์เช่ ดาก้า รุ่นพิเศษ ราคา 26ล้าน (สีเทา) เครื่อง 4,000 พร้อมชุดแต่ง อีกรุ่นหนึ่ง ราคา 22. 9 ล้าน ในเมืองไทยมีไม่เกิน 3คัน (ปอร์เซ่911 ดาการ์ สีขาว) สำหรับคนชอบผจญภัยแบบออฟโรค ที่ทะเยอทะยานแบบไร้ขีดจำกัด

หากมองราคาแต่ละคันแล้ว บอกเลยว่าสุดยอดรถแห่งยุค ใครชอบตระกูลไหน ยี่ห้อใด ลองมายลโฉมกันได้ งานMOTOR EXPO 2023 ที่เมืองทองธานี กำลังจัดอยู่ขณะนี้ ไปจนถึงวันสุดท้าย 11 ธันวาคมนี้

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...