ผ่านพ้นไปแล้ว เทศกาลลอยกระทง ประเพณีไทยที่สืบทอดกันมายาวนาน ทุกๆปีจัดขึ้นในช่วงขึ้น15ค่ำ เดือน 12 ปีนี้หลายๆพื้นที่ในต่างจังหวัดทั่วประเทศ ได้จัดงานกันอย่างยิ่งใหญ่ อย่างที่จ.สุโขทัยและจ.เชียงใหม่ และอื่นๆใน เขตกรุงเทพมหานครได้จัดงานสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมที่งดงาม เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่อยากเดินทางมาเมืองไทย เพื่อร่วมสืบสานประเพณีที่ยิ่งใหญ่
อย่างจุดสำคัญๆที่จัดงานใหญ่เมื่อช่วงคืนวันลอยกระทงที่ผ่านในกรุงเทพฯ ตรงบริเวณสะพานพระราม8 และห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม ซึ่งในปีนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยเดินทางไปร่วมงานกันจำนวนมาก ส่งผลให้พ่อค้า แม่ค้าขายกระทงและของกินกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะธุรกิจการทำกระทงขาย ได้พัฒนาการจากแบบเดิมๆในอดีต ที่นิยมใช้ใบตอง ดอกกล้วยไม้ และดอกดาวเรือง มาตกแต่งกระทง
ปัจจุบันเริ่มตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อม นักประดิษฐ์กระทง หันมาใช้วัสดุที่เกี่ยวกับอาหารปลาแทนใบตอง เพื่อให้กระทงที่ลอยลงไปตามแม่น้ำได้ย่อยสลายโดยเร็ว และยังเป็นประโยชน์ต่อสัตว์น้ำ สามารถรับประทานได้ ไม่ส่งผลกระทบต่อการเน่าเปื่อย เมื่อถูกหมักหมมอยู่ในน้ำนานๆ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ เกิดขึ้นทุกๆปี หลังจากที่เทศกาลการลอยกระทงเสร็จสิ้น กระทงจะถูกทิ้งอยู่กลางแม่น้ำ ถ้าไม่รีบเก็บ ทำความสะอาดแม่น้ำ คลองหนองบึงต่างๆ
ที่น่าสนใจ ปีนี้เทศกาลลอยกระทง จากผลการสำรวจศูนย์พยากรณ์มหาวิยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ว่าเงินจะสะพัด 10,005 ล้านบาท โดยเฉลี่ยการใช้จ่าย ต่อคน 1,900 -2,000 บาทเพิ่มขึ้น 3.3 เปอร์เซ็นต์ ดีที่สุดในรอบ8 ปี ส่วนเรื่องการเลือกกระทงไปลอยลงแม่น้ำ ประชาชนยังไม่สนใจมากนักว่า จะเลือกใช้กระทงแบบไหน
การเติบโตเพิ่มขึ้นในปีนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากภาพรวมของเศรษฐกิจ หลังได้รับผลกระทบจากโควิทมายาวนาน ปีนี้ภาครัฐหันมาจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างๆมากมาย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทย ทำให้คนส่วนใหญ่กล้าออกมาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และไม่กังวลเหมือนปีก่อนๆที่ผ่านมาที่ยังหวั่นเรื่องโควิท
ประชาชนส่วนใหญ่ที่นิยมเที่ยวลอยกระทง กลุ่ม GEN X Y และกลุ่ม GEN Z กว่า 71 เปอร์เซ็นต์ นิยมไปลอยกระทง รองลงมาคือ การไปรับประทานอาหาร ส่วนพฤติกรรมการจับจ่าย ส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่สังสรรค์ รองลงมา การใช้จ่ายทานอาหารนอกบ้าน และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ส่วนเรื่องการขอพรที่ต้องการขอจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรื่องขอให้เงินไหลมาเทมา ตรงจุดนี้สะท้อนให้เห็นเรื่องภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รองลงมา ขอให้กิจการรุ่งเรือง ตามด้วยเรื่องสุขภาพ
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ประเมินว่าปีนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจไทย น่าจะมีการเติบโตอยู่ที่ 2.4-2.5 เปอร์เซ็นต์ ต่อจีดีพี และปีหน้าน่าจะอยู่ที่ 3-4 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลจากเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว และราคาน้ำมันไม่ผันผวนมาก
ขณะเดียวกัน จากการสอบถามแม่ค้าขายกระทง ย่านท่าเตียน ย่านท่าพระจันทร์ บอกเสียงเดียวกันว่า ปีนี้กระทงขายยาก คนเริ่มประหยัดมากขึ้น ประกอบกับวัสดุที่นำมาทำกระทงจาก ใบตอง กาบกล้วยและดอกไม้ต่างๆ ราคาเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาขายกระทงปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย ส่วนใหญ่ราคาไม่ถึง 100 บาทจะขายออกได้รวดเร็ว ส่วนกระทงราคาสูงๆ250 บาทขายยาก แต่ยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสนใจซื้อไปลอย ส่วนการทำกระทงจะหลากหลายให้เลือก อย่างกระทงขนมปัง ราคา 50-80 บาท ยังเป็นที่นิยม เพราะคนหันมาเอาใส่เรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่กระทงทำจากใบตอง ยังเป็นที่นิยมอยู่ ดูภาพรวมแล้ว คนจะมาเลือกซื้อกระทงน้อยกว่าปีก่อนๆ
ทั้งนี้ เนื่องจากคนใหญ่จะหันไปเที่ยวตามสถานที่จัดงานลอยกระทงตามแหล่งใหญ่ๆที่จัดงานกัน อย่างห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม ,สะพานพระราม8 ตรงจุดนั้น เป็นย่านนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเที่ยวกัน ส่วนการที่ลูกค้ามาซื้อกระทง บางคนมากันแบบครอบครัว จะซื้อแค่ 1ชิ้น แล้วน้ำไปลอยกันเป็นกลุ่ม แม้ว่า ดอกไม้อาจราคาแพงขึ้น แต่แหล่งขายดอกไม้ปีนี้ แถวปากคลองตลาดยังขายเทน้ำ เทท่า เนื่องจากพ่อค้า แม่ค้า จะมาซื้อวัสดุจากธรรมชาติไปทำกระทงขายกัน
แม้ว่า ปีนี้กระทงอาจราคาแพง แต่นักท่องเที่ยว ยังสนใจมาร่วมกิจกรรมสืบสานประเพณีแบบไทยๆ ยังไม่จางหาย ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจไทยในช่วงปลายปี ที่ยังมีเม็ดเงินสะพัด ในช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆ กระจายออกไปสู่ชุมชนให้มีรายได้ เพื่อฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจรากหญ้า