หน้าแรกข่าวล่าสุดหนึ่งเดียวเมืองพะเยา 'เสาวรส'หม่านเทียนซิน รสหวานอมเปรี้ยว

หนึ่งเดียวเมืองพะเยา ‘เสาวรส’หม่านเทียนซิน รสหวานอมเปรี้ยว

-

ที่ร้าน Happy Garden Coffee ตั้งอยู่ที่ถนนสาย พะเยา-วังเหนือ บ้านเกษตรสุข เลขที่ 236 ม.15 ต.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา เป็นร้านอาหารและร้านกาแฟ บรรยากาศร้านแบบสบายๆ ใกล้กับธรรมชาติขุนเขาป่าไม้ ทางร้านได้สร้างความสนใจให้กับลูกค้าและผู้คนทั่วไป คือได้ปลูกต้นเสาวรส พันธุ์หม่านเทียนซิน มีเปลือกออกสีชมพูอมม่วง

เมื่อออกลูกจะให้ผลดก นำมาจากประเทศไต้หวัน มาปลูกไว้กินและขาย และเป็นสวนเสาวรส เจ้าแรกของจังหวัด ที่ปลูกเสาวรสสายพันธุ์นี้ เพราะมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว ไม่ใช่เปรี้ยวอมหวาน เหมือนสายพันธุ์ทั่วไปและปลูกถึง 12 เดือนหรือ 1 ปี ถึงจะได้ผลผลิตเก็บกินและขายได้ การปลูกตั้งแต่ 6-8 เดือนจะออกดอกผลจนถึง 12 เดือนหรือ 1 ปี จะเก็บผลได้

วสัน ทรายคำ อายุ 55 ชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 15 ต.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา บอกว่า ได้ปลูกเสาวรสพันธุ์หม่านเทียนซิน เปลือกออกสีชมพูอมม่วง เมื่อออกลูกจะให้ผลดก จากประเทศไต้หวัน มาปลูกไว้ในสวนหลังร้าน เพื่อไว้กินและขาย เพราะมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว

ไม่ใช่เปรี้ยวอมหวาน เหมือนสายพันธุ์ทั่วไปและปลูกถึง 12 เดือนหรือ 1 ปีถึงจะได้ผลผลิตเก็บกินและขายได้ ซึ่งการปลูกตั้งแต่ช่วง 6-8 เดือน ต้นเสาวรสจะออกดอก จนถึง 12 เดือนหรือ 1 ปี จึงจะเก็บผลได้ ตลอดประมาณ 2 ปี ส่วนราคาซื้อขายอยู่ที่ 1 กก.ละ 50-100 บาท ซึ่งสร้างรายได้ เป็นอย่างดี

วสัน บอกต่อว่า คุณค่าทางโภชนาการของ เสาวรสอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ทั้งวิตามินซี เอ บี 2 บี 3 กรดโฟลิก แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม สังกะสี และคาร์โบไฮเดรต รวมถึงใยอาหารปริมาณสูง สารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ชะลอการเกิดริ้วรอย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงสายตา ลดความเสี่ยงโรคกระดูกเสื่อมและกระดูกหัก ลดไขมันในเลือด ช่วยรักษาอาการหอบหืด

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...