หน้าแรกข่าวล่าสุดสายบุญสายมู ห้ามพลาดไปกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปราสาทสระกำแพงน้อย

สายบุญสายมู ห้ามพลาดไปกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปราสาทสระกำแพงน้อย

-

เมื่อวันที่ 20 ม.ค.67 นายรัชพล ไชยสิน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ขะยูง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ขอเชิญเที่ยวนักท่องเที่ยวชมปราสาทสระกำแพงน้อย ศิลปะแบบบายน มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 ปราสาทสระกำแพงน้อย อยู่ที่บ้านกลาง ตำบลขะยูง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ปราสาทสระกำเแพงน้อยเป็นหนึ่งในศาสนสถาน ประเภทอโรคยาศาล หรือสถานพยาบาล ชึ่งปรากฎหลายแห่งในภาคตะวันอกเฉียงเหนือของประเทศไทย ตามจารึกปราสาทตาพรหมระบุว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้สร้างขึ้นจำนวน 102 แห่งในทุกๆ วิษัย (เมือง) มีลักษณะแผนผังประกอบด้วย ปราสาทประธาน บรรณาลัย โคปุระกำแพงล้อมและสระน้ำ อาจเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเจ้าไภษัชยคุรุไวฑุรยประภา พระพุทธเจ้าแห่งการรักษาโรคและพระโพธิสัตว์ 2 พระองค์ คือ พระสูรยประภา และพระจันทรประภา

เนื่องจากสร้างขึ้นด้วยความรีบเร่งในการสร้างจึงมีการนำเอาทับหลังและส่วนประกอบสถาปัตยกรรมอื่นๆ ที่เป็นหินทรายจากปราสาทสมัยบาปวนแห่งหนึ่งมาสร้าง การประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 52 หน้า 3680 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 และประกาศกำหนดขอบเขตโบราณสถานประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 119 ตอนที่ ง วันที่ 29 พฤศจิกายน 2545 เนื้อที่ประมาณ 53 ไร่ 3 งาน 77 ตารางวา

ปราสาทสระกำแพงน้อย อยู่ภายในบริเวณวัดเทพปราสาทสระกำแพงน้อย บ้านกลาง ต.ขะยูง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ประกอบด้วยปรางค์และวิหารก่อด้วยศิลาแลง ด้านหน้าปรางค์ มีสระน้ำใหญ่ ทั้งปรางค์วิหารและสระน้ำ ล้วนล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง เคยมีทับหลังประตูสลักเป็นพระวรุณ เทพเจ้าแห่งฝน ประทับบนแท่น มีหงส์แบก 3 ตัว อยู่เหนือเศียรเกียรติมุข เป็นศิลปะแบบบายน มีอายุราว พุทธศตวรรษที่ 16 สันนิษฐานว่า

ปราสาทหินแห่งนี้ เดิมเป็นศาสนสถานมาก่อนและต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 18 รัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อาจมีการบูรณะหรือสร้างเพิ่มเติมขึ้นใหม่ สังเกตได้จาก มีสถาปัตยกรรมแบบบายนอยู่ด้วย สิ่งก่อสร้างดังกล่าวเรียกกันในสมัยนั้นว่า “อโรคยาศาล” หมายถึง สถานพยาบาล หรือสุขศาลาประจำชุมชนนั่นเอง

“ปราสาทสระกำแพงน้อย วัดเทพปราสาทสระกำแพงน้อย อยู่ห่างจากตัว อำเภออุทุมพรพิสัย ประมาณ 11 กม. และห่างจากตัวจังหวัดศรีสะเกษเพียง 7 กม. เท่านั้น จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวศรีสะเกษเอง และจากต่างจังหวัดมาเที่ยวชมปราสาทเก่าแก่ อายุกว่า 1,500 ปี และนอกจากปราสาทแล้ว ยังมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เคยได้นำน้ำไปประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาแล้วด้วย”

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...