หน้าแรกข่าวล่าสุดวธ.-ศธ.ผนึกกำลัง ดันชุดไทยพระราชนิยม-ผ้าไทย สู่หลักสูตรสู่เยาวชน

วธ.-ศธ.ผนึกกำลัง ดันชุดไทยพระราชนิยม-ผ้าไทย สู่หลักสูตรสู่เยาวชน

-

วธ. – ศธ. ผนึกกำลัง ผลักดันชุดไทยพระราชนิยม – ผ้าไทย สู่หลักสูตรการเรียนรู้ของเยาวชน เดินหน้าบูรณาการความร่วมมือ 5 ประเด็น เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านผ้าไทย ศิลปหัตถกรรม ประวัติศาสตร์ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม เข้ากับการพัฒนาผู้เรียนและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างทักษะอาชีพและรายได้ให้ชุมชน เห็นพ้องตั้งคณะทำงานร่วม ขับเคลื่อนความร่วมมือให้เป็นรูปธรรม ใช้หลักสูตรและเครือข่ายเดิมเป็นฐาน สืบสานภูมิปัญญาไทยสู่คนรุ่นใหม่

กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ จัดประชุมหารือแนวทางความร่วมมือในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการศึกษา โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในการหารือการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านผ้าไทย ศิลปหัตถกรรม ประวัติศาสตร์ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม เข้ากับการพัฒนาผู้เรียนและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อสร้างทักษะอาชีพและรายได้ให้ชุมชน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ประชุมเสนอแนวทางความร่วมมือ 5 ด้าน ได้แก่ 1. ผ้าไทยและชุดไทยสู่การเรียนรู้และการออกแบบร่วมสมัย พัฒนาชุดองค์ความรู้กลางที่ถูกต้องและมีแหล่งอ้างอิง โดย วธ. ประสานผู้เชี่ยวชาญและชุมชน และ ศธ. นำไปบูรณาการในหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้ หนังสืออ่านเพิ่มเติมให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัย รวมถึงบูรณาการในหลักสูตรเดิม เพิ่มเติมสาระท้องถิ่น และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยไม่เพิ่มเวลาเรียน พร้อมร่วมตรวจทานความถูกต้องของสื่อการเรียนรู้และหนังสือเรียน ตลอดจนประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากหนังสือ Thai Textiles Trend Book ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นบรรณาธิการบริหาร เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาเรื่องสี วัสดุ ลวดลาย และการออกแบบ แล้วนำไปพัฒนาผลงานที่รักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นและตอบโจทย์การใช้งานจริง

2. ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมไทย และความเป็นพลเมือง ส่งเสริมแนวคิด “พิพิธภัณฑ์คือห้องเรียน” เรียนรู้อย่างเชื่อมโยงข้อมูลทุกมิติในองค์รวม ทั้งภาษา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์ โดยใช้พิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน อุทยานแห่งชาติ แหล่งประวัติศาสตร์ และชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจรากเหง้า พัฒนาทักษะคิดวิเคราะห์ และเคารพความหลากหลาย พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลแหล่งเรียนรู้ พัฒนาครูและสื่อร่วมกัน รวมถึงพิจารณาแนวทางลดข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ โดยมีข้อเสนอให้นักเรียนเข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

3. ช่างฝีมือไทย ชุดไทย และชุดประจำชาติ ต่อยอดสถานศึกษาอาชีวศึกษาและเครือข่ายฝึกอาชีพที่มีอยู่ เพื่อพิจารณาพัฒนาเป็นศูนย์หรือเครือข่ายฝึกทักษะผ้าไทยและศิลปหัตถกรรม โดยให้ความสำคัญกับการผลิตกำลังคนด้านช่างตัดเย็บซึ่งยังขาดแคลน เชื่อมโยงครูช่าง นักออกแบบ ผู้ประกอบการ และผู้ซื้อ เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกออกแบบ ผลิต ควบคุมคุณภาพ คำนวณต้นทุน และทดลองตลาด พร้อมพัฒนาทักษะภาษาและการตลาดดิจิทัล เพื่อยกระดับฝีมือและคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดสากล ต่อยอดสู่โอกาสมีงานทำและสร้างรายได้ โดยให้เครดิตและแบ่งปันประโยชน์แก่เจ้าของภูมิปัญญาอย่างเหมาะสม

4. ภาษาและวัฒนธรรมชาติพันธุ์ ต่อยอดการจัดการเรียนรู้แบบทวิภาษาหรือพหุภาษาโดยใช้ภาษาแม่เป็นฐาน (MTB-MLE) พัฒนาสื่อและวิธีสอนร่วมกับเจ้าของภาษาและผู้รู้ในชุมชน เพื่อให้เด็กเข้าถึงการเรียนรู้และพัฒนาภาษาไทยได้อย่างมั่นคง ควบคู่กับการรักษาภาษาแม่และอัตลักษณ์ของชุมชน รวมถึงบันทึกเรื่องเล่า คำศัพท์ และภูมิปัญญาด้านงานหัตถกรรม เชื่อมโยงความเป็นไทยและอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ตลอดจนองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมอื่น ๆ เพื่อถ่ายทอดสู่คนรุ่นใหม่ โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพิจารณา กำหนดแนวทางการเผยแพร่ และการนำข้อมูลไปใช้ เพื่อให้การจัดการองค์ความรู้อย่างเคารพสิทธิและบริบทของชุมชน และสามารถเชื่อมโยงความเป็นไทยเข้ากับอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่างสมดุลและยั่งยืน

5. การส่งต่อองค์ความรู้และการซ่อมเครื่องดนตรีไทย เพิ่มเติมจากการส่งเสริมให้เยาวชน นักเรียน และนักศึกษาเรียนรู้การเล่นเครื่องดนตรีไทยมากขึ้น แต่ยังขาดแคลนช่างฝีมือที่มีองค์ความรู้ที่ถูกต้องในการซ่อมแซมเครื่องดนตรีไทย จึงเสนอให้ สพฐ. สกร. และหน่วยงานด้านอาชีวศึกษา ร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พัฒนาหลักสูตรการซ่อมเครื่องดนตรีและเร่งผลิตกำลังคนด้านนี้ เพื่อรองรับการพัฒนาในทุกช่วงวัย

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนความร่วมมือ การขับเคลื่อนความร่วมมือมุ่งใช้หลักสูตร สถานศึกษา และเครือข่ายที่มีอยู่เป็นฐาน โดยเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกำหนดผู้รับผิดชอบ พื้นที่นำร่อง กรอบเวลา และทรัพยากรที่เหมาะสม โดยต้องไม่เพิ่มภาระให้ผู้เรียนและผู้สอน พร้อมติดตามผลจากทักษะและสมรรถนะของผู้เรียน โอกาสมีงานทำ คุณภาพผลิตภัณฑ์ และรายได้สุทธิของชุมชน ควบคู่กับการสืบทอดภูมิปัญญา เพื่อให้ทุนทางวัฒนธรรมของไทยเชื่อมสู่ธุรกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และเกิดประโยชน์จริงในพื้นที่ มุ่งพัฒนาพลเมืองไทยสู่สากลผ่านรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลายและทันสมัย นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในท้องถิ่นและสังคม

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ กล่าวว่า วธ.ให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาด้านงานช่างฝีมือไทย โดยมุ่งให้เด็กและเยาวชนเข้าใจรากเหง้า กระบวนการ และเทคนิคดั้งเดิมอย่างถูกต้อง เพื่อนำไปประยุกต์และต่อยอดอย่างสร้างสรรค์ ทั้งการพัฒนาทักษะฝีมือ การสร้างอาชีพและรายได้ ตลอดจนการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมควบคู่กับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ

นางสาวซาบีดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับความร่วมมือในการส่งเสริมความเป็นไทยและพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีความรู้ ความเข้าใจ และภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย โดยทั้งสองกระทรวงเห็นพ้องให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยเฉพาะการส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน ทั้งพิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน อุทยานประวัติศาสตร์ และแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม พร้อมบูรณาการองค์ความรู้และทรัพยากรของทั้งสองกระทรวง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าถึง เรียนรู้ และสืบสานคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมไทยอย่างยั่งยืน

ในการประชุมหารือครั้งนี้ มีผู้บริหารจากกระทรวงวัฒนธรรม ได้แก่ นายปารเมศ โพธารากุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายมานะ สิมมา ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล อธิบดีกรมการศาสนา นายทศพร ศรีสมาน รองอธิบดีกรมศิลปากร ผศ. ดร. แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ที่ปรึกษากระทรวงวัฒนธรรม และผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม

ด้านผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รองศาสตราจารย์ประวิต เอราวรรณ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และผู้บริหารจากกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

“บุนยามีน มีเต๊ะ”เกษตรกรต้นแบบเลี้ยง “ผึ้งชันโรง”สร้างรายได้-เพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่นสุไหงโก-ลก

บุนยามีน มีเต๊ะ เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งชันโรงในหมู่ที่ 2 ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เริ่มเลี้ยงผึ้งชันโรงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 จากความสนใจส่วนตัวและความต้องการสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัว ต่อมาได้พัฒนาการเลี้ยงให้เป็นกิจกรรมที่มีโอกาสต่อยอดสู่การสร้างรายได้และกระจายผลประโยชน์ในชุมชน ปัจจุบันฟาร์มมีผึ้งชันโรงมากกว่า 100 รัง เลี้ยง 2 สายพันธุ์ ได้แก่ อิตาม่าและโทราซิก้า ซึ่งผู้เลี้ยงเห็นว่าเหมาะกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ โดยทั่วไปสามารถเก็บผลผลิตได้เดือนละ 1 ครั้ง ปริมาณประมาณ...