หน้าแรกข่าวล่าสุดปลุกสินค้าไทยบุกตลาดโลก! ผนึกการค้า–วัฒนธรรม–ท่องเที่ยว ต่อยอด IMF

ปลุกสินค้าไทยบุกตลาดโลก! ผนึกการค้า–วัฒนธรรม–ท่องเที่ยว ต่อยอด IMF

-

รัฐบาลเดินหน้าหลังเวที IMF–World Bank ดันผ้าไทย–ผ้าขาวม้า–อาหารไทย เชื่อมวัฒนธรรมและท่องเที่ยว พร้อมต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มโอกาสธุรกิจ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าขยายโอกาสทางเศรษฐกิจจากการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF และกลุ่มธนาคารโลก หรือ World Bank ประจำปี 2569 เพื่อให้ประโยชน์จากเวทีระดับโลกต่อเนื่องไปถึงภาคธุรกิจและประชาชน

โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในภารกิจด้านการท่องเที่ยว บูรณาการทำงานร่วมกัน เชื่อมจุดแข็งด้านการค้า ทุนทางวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการไทย ขยายโอกาสทางธุรกิจ และกระจายรายได้สู่ชุมชน

นางสาวลลิดากล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้รับมอบหมายให้เร่งพัฒนาสินค้าไทย สร้างแบรนด์ และเพิ่มช่องทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงต่อยอดแนวคิดการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือทางการเงิน หรือ IP Finance เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจ

สินค้าที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่ สินค้าชุมชนที่มีเอกลักษณ์ ทั้งผ้าไทยสำหรับตกแต่งบ้าน ผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้า และอาหารไทย ซึ่งสามารถนำจุดเด่นด้านภูมิปัญญาและอัตลักษณ์มาพัฒนาให้มีมูลค่าเพิ่มและเข้าถึงตลาดได้กว้างขึ้น

ขณะที่กระทรวงวัฒนธรรมจะขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ทั้งการแสดง มวยไทย และศักยภาพของศิลปินไทย ให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ พร้อมผลักดันให้สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะเชื่อมโยงอัตลักษณ์และกิจกรรมทางวัฒนธรรมไทยเข้ากับการส่งเสริมการท่องเที่ยว ตลอดจนต่อยอดโอกาสจากธุรกิจการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ MICE เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและสร้างรายได้ให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า นางศุภจีกำชับให้ทั้ง 3 กระทรวงทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องหลังสิ้นสุดการประชุม IMF–World Bank พร้อมติดตามผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การพัฒนาสินค้าและบริการ การสร้างมูลค่าจากทุนทางวัฒนธรรม ไปจนถึงการขยายตลาดและส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อเปลี่ยนโอกาสจากเวทีระดับโลกให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่คนไทยอย่างแท้จริง

นางสาวลลิดาย้ำว่า รัฐบาลต้องการให้การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้นำไปสู่โอกาสทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชน พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...