Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดลองกองเกรด A แปลงต้นแบบสุไหงโก-ลก สร้างรายได้ชุมชน ยกระดับผลไม้เศรษฐกิจนราธิวาส

ลองกองเกรด A แปลงต้นแบบสุไหงโก-ลก สร้างรายได้ชุมชน ยกระดับผลไม้เศรษฐกิจนราธิวาส

-

นายซูปียัน แดเมาะเล็ง นายอำเภอสุไหงโก-ลก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอสุไหงโก-ลก นำโดยนายสมพงษ์ ด้วงสุข ร่วมเก็บเกี่ยวผลผลิตลองกองเกรด A จากแปลงลองกองต้นแบบของเกษตรกรในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ผลผลิตลองกองคุณภาพของจังหวัด

แปลงลองกองดังกล่าวเป็นของ นายมะเย็ง อาแว เกษตรกรต้นแบบวัย 80 ปี ซึ่งปลูกลองกองมาแล้วประมาณ 40 ปี บนพื้นที่ 8 ไร่ มีต้นลองกองประมาณ 200 ต้น โดยนับเป็นหนึ่งในแปลงลองกองเกรด A ต้นแบบของจังหวัดนราธิวาส เกษตรกรให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาแปลงอย่างเป็นระบบ ทั้งการตัดแต่งกิ่ง การใส่ปุ๋ย และการควบคุมคุณภาพผลผลิต ส่งผลให้ได้ลองกองที่มีรสชาติหวานฉ่ำ ผลใหญ่ และเปลือกบาง

นอกจากนี้ แปลงลองกองดังกล่าวยังได้รับการส่งเข้าประกวดในโครงการ “ของดีเมืองนรา” และได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ในปี 2567 อีกทั้งยังได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของเกษตรกรและชุมชนเป็นอย่างยิ่ง

โดยทั่วไป แปลงลองกองแห่งนี้สามารถผลิตผลผลิตได้ประมาณ 4–5 ตันต่อปี ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละปี การปลูกลองกองดำเนินการในพื้นที่ราบตามสภาพภูมิประเทศของตำบลปูโยะ ผลผลิตส่วนใหญ่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีสำนักงานเกษตรอำเภอสุไหงโก-ลกช่วยสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์และการตลาด สามารถจำหน่ายได้ในราคากล่องละประมาณ 500 บาท หรือเฉลี่ยกิโลกรัมละประมาณ 40 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพของผลผลิต

สำหรับปีนี้ สภาพอากาศมีความแห้งแล้งค่อนข้างมาก ส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิต อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังสามารถควบคุมคุณภาพลองกองเกรด A ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของผลผลิตทั้งหมด จากปกติที่สามารถควบคุมคุณภาพได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการจัดการสวนและการดูแลรักษาที่เหมาะสม

ลองกองที่ผ่านกระบวนการดูแลอย่างมีคุณภาพจะมีลักษณะแตกต่างจากลองกองเกรด C อย่างชัดเจน ทั้งด้านขนาดของผล รสชาติ ความหวาน และความบางของเปลือก ขณะที่พื้นที่ซึ่งขาดการควบคุมคุณภาพและการจัดการผลผลิตที่เหมาะสม อาจทำให้ผลผลิตมีคุณภาพลดลงและจำหน่ายได้ในราคาต่ำ

สำนักงานเกษตรอำเภอสุไหงโก-ลกจึงมีบทบาทสำคัญในการให้คำแนะนำแก่เกษตรกร ตั้งแต่การวางแผนการผลิต การตัดแต่งกิ่ง การบำรุงดินและใส่ปุ๋ย การจัดการน้ำ ตลอดจนการคัดเกรดและการตลาด เพื่อยกระดับคุณภาพลองกองของจังหวัดนราธิวาสให้มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค การพัฒนาแปลงลองกองต้นแบบแห่งนี้ไม่เพียงช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางในการอนุรักษ์ลองกอง ซึ่งเป็นไม้ผลอัตลักษณ์และผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดนราธิวาส ให้สามารถพัฒนาอย่างมีคุณภาพและเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...