หน้าแรกข่าวล่าสุด80 สาวงาม "มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล" สัมผัสความเป็นไทย เที่ยวชมวัฒนธรรม

80 สาวงาม “มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล” สัมผัสความเป็นไทย เที่ยวชมวัฒนธรรม

-

กรุงเทพมหานคร— สร้างความประทับใจให้กับสาวงามทั่วโลก สำหรับเวทีการประกวด Miss Grand International 2026 (มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2026) เมื่อ บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล และ คุณเทเรซ่า ชัยวิสุทธิ์ สองผู้บริหาร มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดประสบการณ์สุดพิเศษ พาผู้เข้าประกวด 80 ประเทศ ออกเดินทางสัมผัสเสน่ห์ไทย ผ่านมิติแห่งอาหาร ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และสถานที่ท่องเที่ยวอันงดงาม เพื่อถ่ายทอดความประทับใจจากเมืองไทยสู่สายตาแฟนนางงามทั่วโลก

กิจกรรมครั้งนี้เริ่มต้นด้วยการเปิดประสบการณ์อาหารไทย  ณ  Blue Elephant Bangkok (บลู เอเลเฟนท์ กรุงเทพฯ) ร้านอาหารไทยสไตล์ชาววังสูตรโบราณระดับลักชัวรี ที่สะท้อนความประณีตและเอกลักษณ์ของศาสตร์อาหารไทย โดยเหล่าสาวงามได้เรียนรู้การปรุงเมนูยอดนิยมอย่าง ผัดไทย และ ส้มตำ ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบไปจนถึงการลงมือปรุง บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เพราะแต่ละคน “ทำไป ชิมไป เติมไป” งานนี้ หนิง ปัทมา จิตรสวัสดิ์ มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026 ตัวแทนนางงามไทยรับบทเป็นเจ้าบ้าน คอยแนะนำเรื่องราวของอาหารไทยและช่วยสร้างความสนุกสนานให้กับเพื่อน ๆ

จากนั้นไปต่อยัง เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ  สัมผัสบรรยากาศแห่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอันงดงาม ต่างพากันเก็บภาพความประทับใจในมุมต่าง ๆ ของเมืองโบราณ ก่อนนำไปเผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว ส่งต่อความงดงามของไทยไปยังแฟนนางงามและผู้ติดตามจากทั่วทุกมุมโลก ช่วงเย็นยังคงเดินหน้าสัมผัสสีสันของกรุงเทพมหานคร กับช่วงเวลา “Shopping” ที่ ไอคอนสยาม ศูนย์การค้าระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดโอกาสให้ได้เลือกซื้อสินค้าอย่างจุใจ ปิดท้ายวันค่ำคืนสุดประทับใจบนเรือง Meridian Cruise ล่องเรือชมความงดงามของสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานคร พร้อมดินเนอร์สุดหรูที่เติมเต็มค่ำคืนแห่งความทรงจำว่า เมืองไทยคือดินแดนแห่งรอยยิ้ม วัฒนธรรมอันทรงคุณค่า และประสบการณ์อันน่าหลงใหลที่รอให้ผู้คนทั่วโลกได้เดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเอง

โดย หนิง ปัทมา กล่าวว่า “หนิงรู้สึกดีใจและภูมิใจมากค่ะที่ได้มีโอกาสต้อนรับเพื่อน ๆ จากทั่วโลกให้ได้มาสัมผัสประเทศไทยด้วยตัวเอง เพราะประเทศไทยไม่ได้มีเพียงสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม แต่ยังมีวัฒนธรรม อาหาร และวิถีชีวิตที่มีเสน่ห์ในแบบของเรา การได้ลงมือทำผัดไทยและส้มตำด้วยกัน ทำให้เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมผ่านความอร่อยและรอยยิ้ม เป็นความทรงจำที่หนิงเชื่อว่าจะอยู่ในใจของทุกคนไปอีกนานเลยค่ะ”

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

“บุนยามีน มีเต๊ะ”เกษตรกรต้นแบบเลี้ยง “ผึ้งชันโรง”สร้างรายได้-เพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่นสุไหงโก-ลก

บุนยามีน มีเต๊ะ เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งชันโรงในหมู่ที่ 2 ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เริ่มเลี้ยงผึ้งชันโรงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 จากความสนใจส่วนตัวและความต้องการสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัว ต่อมาได้พัฒนาการเลี้ยงให้เป็นกิจกรรมที่มีโอกาสต่อยอดสู่การสร้างรายได้และกระจายผลประโยชน์ในชุมชน ปัจจุบันฟาร์มมีผึ้งชันโรงมากกว่า 100 รัง เลี้ยง 2 สายพันธุ์ ได้แก่ อิตาม่าและโทราซิก้า ซึ่งผู้เลี้ยงเห็นว่าเหมาะกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ โดยทั่วไปสามารถเก็บผลผลิตได้เดือนละ 1 ครั้ง ปริมาณประมาณ...