“ส.ส.ต้น” นรพล ตันติมนตรี ส.ส.เชียงใหม่ เขต 10 ใน 4 อำเภอได้แก่อำเภออมก๋อย อำเภอ ฮอด อำเภอดอยเต่า อำเภอแม่แจ่ม เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ หลังประสบปัญหาราคาฟักทองตกต่ำ รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรจำนวน 2 ตัน ก่อนนำมาแจกจ่ายให้ข้าราชการและบุคลากรในรัฐสภา เพื่อช่วยระบายผลผลิตและสร้างช่องทางตลาดให้เกษตรกรโดยตรง
สถานการณ์ฟักทองในจังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เกษตรกรต้องเผชิญ โดยข้อมูลของจังหวัดเชียงใหม่ระบุว่า มีพื้นที่ปลูกฟักทองประมาณ 4,030 ไร่ คาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 16,252 ตัน และในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกัน มีผลผลิตคงค้างในพื้นที่ประมาณ 5,413 ตัน ขณะที่ราคาที่เกษตรกรขายได้ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 3–5 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร

“ส.ส.ต้น” นรพล ตันติมนตรี ส.ส.เชียงใหม่ เขต 10
พื้นที่ที่มีการปลูกและประสบปัญหาด้านการตลาด โดยเฉพาะ อำเภออมก๋อยและอำเภอฮอด เคยได้รับการช่วยเหลือจากจังหวัดเชียงใหม่และกระทรวงพาณิชย์ ด้วยการประสานผู้ประกอบการเข้ารับซื้อผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกร เพื่อช่วยพยุงราคาและลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด
ล่าสุด ส.ส.นรพล ได้ร่วมช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการรับซื้อฟักทองจำนวน 2 ตัน หรือ 2,000 กิโลกรัม จากเกษตรกรในพื้นที่ ก่อนนำผลผลิตมาแจกจ่ายให้แก่ข้าราชการ บุคลากรในรัฐสภา และสื่อมวลชน นำไปรับประทาน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว แม้จะเป็นการรับซื้อในปริมาณไม่มากเมื่อเทียบกับผลผลิตทั้งจังหวัด แต่มีเป้าหมายสำคัญคือ การช่วยสร้างตลาดให้เกษตรกรโดยตรง พร้อมส่งสัญญาณให้สังคมเห็นถึงปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ

สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ ปัญหาฟักทองไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้จังหวัดเคยดำเนินมาตรการช่วยเหลือผ่าน “อมก๋อยโมเดล” โดยประสานผู้ประกอบการ ห้างค้าปลีก และภาคส่วนต่าง ๆ ให้เข้ามารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร รวมทั้งส่งเสริมการบริโภคผลผลิตภายในประเทศ เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำอย่างเป็นระบบ”
การรับซื้อฟักทอง 2 ตันของ ส.ส.ต้น จึงไม่ใช่เพียงการนำฟักทองมาแจกจ่าย แต่เป็นการส่งต่อปัญหาจากพื้นที่เกษตรกรรมไปยังใจกลางฝ่ายนิติบัญญัติ ให้ข้าราชการและบุคลากรในรัฐสภาได้เห็นและรับรู้ถึงสถานการณ์ของเกษตรกรเชียงใหม่โดยตรง

ทั้งนี้ แนวทางที่เกษตรกรต้องการในระยะยาว คือการสร้าง ตลาดที่แน่นอน การเชื่อมโยงผู้ซื้อรายใหญ่ การแปรรูปเพิ่มมูลค่า และการวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อไม่ให้เกษตรกรต้องเผชิญปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำซ้ำทุกฤดูกาล








