Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด27สมาคมกีฬาฯ ร้องคณะกรรมการโอลิมปิค แจงปัญหาจัดสรรงบ

27สมาคมกีฬาฯ ร้องคณะกรรมการโอลิมปิค แจงปัญหาจัดสรรงบ

-

27 สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ร้องขอให้คณะกรรมการโอลิมปิคฯ ช่วยสางปัญหาการจัดสรรงบประมาณลงสู่การพัฒนากีฬาเป็นเลิศให้แต่ละสมาคมของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ยังไม่ครอบคลุมแผนงานการพัฒนากีฬาชาติ ยันเห็นด้วยกับการแบ่งเกรดสมาคมแต่ไม่ควรเกี่ยวกับการจัดสรรเงินสนับสนุน   สงสัยเงินหนุนกีฬาเป็นเลิศทำไมน้อยลง และงบส่วนใหญ่ของกองทุนฯหายไปไหน ชี้ถ้ายังเป็นแบบนี้หลายสมาคมอาจส่งแข่งซีเกมส์ปีหน้าไม่ได้ ขณะที่อีกมากกว่า 50 สมาคมเตรียมร่วมลงชื่อค้านมาตรการนี้ ขณะที่ประธานโอลิมปิคไทยเร่งนัดหารือรองนายกฯเพื่อหารือข้อปัญหานี้แล้ว

ที่ห้องประชุม 1 คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 ก ย.69 นายกสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย และ ผู้แทนฯ จาก 27 สมาคมกีฬา ได้เข้าหารือกับ นายกองเอก ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิเรืองเวส และ นายชลิตรัตน์ จันทรเบกษา รองเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคฯ, นาย สันติ โหลทอง กรรมการผู้แทนสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยในบอร์ดกองทุนพัฒนากีฬาฯ , รศ.ดร.ชาญชัย  สุขสุวรรณ์ กรรมการผู้แทนสมาคมกีฬาฯในบอร์ดการกีฬาแห่งประเทศไทย และ นายยศไกร เพียรพาณิชย์พร ดำรงตำแหน่งกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม

สำหรับเนื้อหาในการประชุมกันครั้งนี้ หลักๆเป็นเรื่องที่กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ได้ดำเนินการวางกรอบงบประมาณและจัดเกรดสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย  ด้วยระบบ AI ซึ่งปกติแล้วจะเป็นหน้าที่ของฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ การกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นผู้พิจารณาแล้วมอบให้กองทุนพัฒาการกีฬาแห่งชาติ เป็นผู้จัดจ่ายตามข้อพิจารณาของฝ่ายเป็นเลิศ

ทั้งนี้ สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย มีความเห็นว่า ไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้เกิดจากการที่กองทุนพัฒนากีฬาฯแจ้งว่าในปี 2570 จะเหลืองบประมาณให้สมาคมกีฬาได้บริหารด้านความเป็นเลิศทั้งกีฬา จัดแข่งขัน, ส่งแข่งขัน,เก็บตัวฝึกซ้อม และอื่นๆ ซึ่งงบประมาณที่จัดสรรรวมๆมาแค่ 1300 ล้านบาท ในนี้รวมของ กีฬาคนพิการด้วย ซึ่งปกติ ฝ่ายเป็นเลิศจะพิจารณาเสนอที่ 2300-2500 ล้านบาท  จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่สมาคมกีฬาทั้ง 90 กว่าสมาคมจะบริหารได้  ซึ่งคำถามที่มีตอนนี้ว่า เงินอีก กว่า 2500 ล้านบาทที่เหลือ จากที่กองทุนจะได้รับในปี 2570  จำนวน 4000 กว่าล้าน เอาไปใช้อะไรหรือ

นอกจากนี้สมาคมกีฬาฯ ยังได้ชี้แจงว่า จากการประเมินสมาคมของกองทุนฯ พบว่าเกิดปัญหาในทางปฏิบัติทำให้ต้องมีการจัดอุทธรณ์ถึงสองครั้ง แต่ก็พบว่ายังมีข้อมูลที่ขาดหายไม่ครบถ้วน มีการใช้ AI มาดำเนินการซึ่งยังมีข้อผิดพลาดอยู่มาก แม้แต่การที่สมาคมจะส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมกองทุนก็ปฏิเสธปิดกั้นการรับเอกสารการชี้แจง ทำให้สมาคมเกิดความรู้สึกที่ไม่เป็นธรรมต่อสมาคมและขาดการยอมรับผลการประเมิน ตลอดจนการใช้ผลงานในอดีตมาจัดสรรเงินแทนที่จะเป็นการจัดสรรตามแผนงานที่จะเกิดขึ้น โดยสมาคมกลุ่มที่สี่ได้รับเงินเพียงสองล้านบาทต่อปี ต้องใช้ในเรื่องของการเตรียมนักกีฬาการส่งแข่งขันการการแข่งขันในประเทศ ซึ่งไม่เพียงพอ ทำให้สมาคมไม่สามารถดำเนินการได้ อีกทั้งยังระบุว่าจะไม่มีการให้เพิ่มเติม

“สมาคมกีฬาต่างๆจึงได้มาร้องเรียนที่คณะกรรมการโอลิมปิคฯ ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นโดยสรุปได้ว่า สมาคมเห็นด้วยที่จะมีการประเมิน แต่การประเมินนั้นควรอยู่บนพื้นฐานที่ถูกต้องเปิดโอกาสให้สมาคมได้ชี้แจงเพื่อเป็นที่ยอมรับ ขณะเดียวกันผลการประเมินควรใช้เพื่อเป็นการพัฒนาองค์กรนั้นๆ ไม่ควรนำผลงานในอดีตมาจัดสรรเงิน การจัดสรรเงินควรเป็นไปตาม แผนงานที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น ในปีหน้าจะมีการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 34 ที่มาเลเซีย หากได้รับงบประมาณเพียงสองล้านบาทจะเตรียมนักกีฬาอย่างไร สุดท้ายหากไม่สามารถเตรียมความพร้อมได้ควรพิจารณาว่าจะส่งแข่งขันกีฬาซีเกมส์ดีหรือไม่ และยังเห็นพ้องที่จะลงชื่อคัดค้านแนงทางนี้โดยมีกว่า 50 สมาคมกีฬาที่จะร่วมด้วยเช่นกัน”

ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มอบหมายให้ผู้แทนคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย, ผู้แทนสมาคมกีฬา ได้เข้าพบเพื่อชี้แจงต่อรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

สืบสานตำนาน “รำมวยโบราณสกลนคร” เชิดชูบรมครู ‘จำลอง นวลมณี’ต่อยอดมรดกไทยสู่หลักสูตรท้องถิ่น

"​สกลนคร"ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจและรอยยิ้มให้กับชาวสกลนครเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกลุ่มศิษยานุศิษย์ของ "คุณตาจำลอง นวลมณี" บรมครูแห่งศาสตร์และศิลป์มวยโบราณสกลนคร (บุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาการแสดงพื้นบ้านและนันทนาการ ประจำปี ๒๕๒๙) ผู้ริเริ่มประดิษฐ์คิดค้นท่า “รำมวยโบราณ” อันเป็นเอกลักษณ์ ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อต่อลมหายใจมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแขนงนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาและยั่งยืนอีกครั้ง ​จากจุดเริ่มต้นของการรวบรวมข้อมูลและจัดทำผังสาแหรกผู้สืบทอดวิชาในรุ่นต่างๆ ล่าสุด คณะศิษย์ที่ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง "ชมรมมวยโบราณสกลนคร" ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนและการรับรองจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร ให้เป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง พร้อมเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การแสดง “รำมวยโบราณ” ให้แก่นักเรียน...