หน้าแรกข่าวล่าสุดเอกชนสงขลาค้านเก็บ “ค่าเหยียบแผ่นดิบ”หวั่นต่างชาติหดหาย ฉุดภาคอุตฯท่องเที่ยวทรุด

เอกชนสงขลาค้านเก็บ “ค่าเหยียบแผ่นดิบ”หวั่นต่างชาติหดหาย ฉุดภาคอุตฯท่องเที่ยวทรุด

-

เอกชนสงขลาคัดค้านการเก็บตรง“ค่าเหยียบแผ่นดิบ” หวั่นนักท่องเที่ยวหดหาย โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางบกจะมีส่งผลกระ 30 %

นายกมล สุทธิวรรโณภาส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา ผู้จัดการโรงแรมไชน่าการ์เด้น หาดใหญ่เปิดเผยว่า การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศเหยียบแผ่นดินจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ จำนวน 450 บาท / คน ที่จะใช้ในปี 2570  หากมีการนำมาใช้โดยเฉพาะทางบกจะมีผลกระทบ ประมาณ 30 % โดยเฉพาะ จ.สงขลา

เช่น นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศใกล้เคียง มาเลเซีย สิงคโปร์  จะไม่ต่ำกว่า 30 %  ที่จะหายไ ป 30 คน จาก 100 คน  โดยต่อคนจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 10,000 บาท  จำนวน 3 วัน ประมาณ 1,000 คน หายไป 300 คน จะเป็นเงินหายไป 3 ล้านบาทและยังมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มเข้ามาเหมือนจะทุกเดือน หรือเหมือนจะทุกอาทิตย์ ก็จะไม่มาเหมือนเดิมอีก

“จึงไม่เห็นด้วยในการจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดินสำหรับทางบก ส่วนการเก็บค่าเหยียบแผ่นดินที่เดินทางท่องเที่ยวทางอากาศไม่คัดค้าน”

นายกมล กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาชายแดน ทั้งศุลกากร ตรวจคนเข้าเมืองที่ต้องเข้มในการตรวจสอบการเดินทางเข้าก็เห็นด้วยการสแกน เพราะจะไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางที่ไม่เสียเวลา ไม่ใช่การตรวจสอบที่ทำให้เสียเวลา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการอำนวยความสะดวก ในณะที่ไทยต้องการหาคนให้เข้ามาท่องเที่ยวภายในระเทศจ เพื่อจะได้สร้างงาน สร้างรายได้จากต่างประเทศ

“และปัญหาที่สำคัญที่กระทบถึงภาพของประเทศไทย มีนักท่องเที่ยว 2 กลุ่มในขณะนี้ คือนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลบางกลุ่มและบางกลุ่มจีนเทา ที่ทำให้ประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงจะกระทบต่อความมั่นคงและธุรกิจการท่องเที่ยวได้โดยเฉพาะกลุ่มประเภทนี้ให้วีซ่าอยู่ได้เพียง 15 วัน ก็ผลักดันให้เดินทางออกจากประเทศไป

ทางด้าน วิทยา แซ่ลิ่ม มัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เกี่ยวกับเรื่องความสงบ ตลอดจนถึงปัญหาชายแดนไทย มาเลเซีย ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ปรากฎทางสื่อโชเชียลวิพากษฺวิจารญ์มากเกี่ยวกับเรื่องฟรีวีซ่า เรื่องเอกสารนำรถเข้าออก ระหว่างประเทศ

นายวิทยา กล่าวอีกว่า เกี่ยวกับการเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาทจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางทางบก จะมีผลกระทบแน่นอนกับการท่องเที่ยวจังหวัดชายแดนไทย ทางออกในการแก้ไขได้โดยที่ไม่กระทบ รัฐบาลจะต้องออกแบบจะไม่มีผลกระทบนั้นมีอยู่แล้ว สำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์ชายแดนไทย สามารถมีแนวคิดออกแบบให้ได้.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...