หน้าแรกข่าวล่าสุดด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร ทำลายหนังสุกรแช่แข็ง 5 ตัน ด้วยวิธีฝั่งกลบ

ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร ทำลายหนังสุกรแช่แข็ง 5 ตัน ด้วยวิธีฝั่งกลบ

-

มุกดาหาร- ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร  ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์พระพิรุณ (ศพร.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ ทำลายหนังสุกรแช่แข็งจำนวน 5,080 กก. รวม 5 ตันกว่า ด้วยวิธีราดน้ำยาฆ่าเชื้อและฝั่งกลบ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคระบาดสัตว์

ที่ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายณรงค์ รัตนตรัยวงศ์ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์พระพิรุณ (ศพร.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ,นายสัตวแพทย์ต่อพงศ์ ประเสริฐสังข์  ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร, สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดมุกดาหาร, ด่านตรวจร่วมกระทรวงเกษตรฯ, ด่านตรวจพืช , กองร้อยทหารพรานที่ 2103, นรข.เขตนครพนม (สถานีเรือมุกดาหาร) ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหารเจ้าหน้าที่สารวัตรกรมปศุสัตว์ และสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร ได้ดำเนินการทำลายซากสัตว์ของกลาง (หนังสุกรแช่แข็ง) จำนวนทั้งสิ้น 5,080 กิโลกรัม

จากการจับกุม 3 คดีความผิดตามพ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 มาตรา 31 รายละเอียดดังนี้ 1. คดีจับกุมเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ของกลางหนังสุกรแช่แข็ง จำนวน 720 กิโลกรัม 2. คดีจับกุมเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ของกลางหนังสุกรแช่แข็ง จำนวน 2,640 กิโลกรัม 3. คดีจับกุมเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ของกลางหนังสุกรแช่แข็ง จำนวน 1,720 กิโลกรัม

เนื่องจากซากสัตว์ดังกล่าวนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ทราบแหล่งที่มาและไม่มีหลักฐานเอกสารใดๆ ที่รับรองสุขศาสตร์ซากสัตว์จากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งอาจจะเป็นพาหะของโรคระบาดสัตว์ได้  จึงได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 13(4),40(4) พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 สั่งให้ทำลายของกลางดังกล่าวโดยวิธีฝังกลบ  ตามระเบียบของกรมปศุสัตว์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคระบาดสัตว์

โดย….อนุศักดิ์ – เสาวภา  แสนวิเศษ  //  มุกดาหาร

.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...